แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นวดไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นวดไทย แสดงบทความทั้งหมด

  
 
 

ระบบการไหลเวียนของเลือด แนวกระดูกสันหลัง

 
 


 
 

 Blood vessel 

1. Posterior spinal artery
2. Anterior spinal artery
3. Segmental medullary arteries
4. Vertebral artery
5. Ascending cervical artery
6. Deep cervical artery
7. Costocervical trunk
8. Thyrocervical trunk
9. Subelavian artery
10. Segmental medullary arteries (branch from segmentalspinal artery)
11. Segmental spinal artery
12. Posterior intercostal artery
13. Artery of Adamkiewicz (branch from segmental spinalartery)
14. Segmental spinal artery
15. Lateral sacral artery
 
 

 

ระบบการไหลเวียนของเลือด แนวกระดูกสันหลัง



การประคบน้ำร้อน


การประคบน้าร้อน เป็นวิธีการรักษารักษาทางหัตถเวชกรรมไทยซึ่งใช้ควบคู่กับ การนวดรักษา หลังนวดเสร็จแล้ว เป็นการใช้ความร้อนชื้นที่ได้จากผ้าและน้ำ

อุปกรณ์การประคบน้าร้อน

1. ขันน้ำสาหรับใส่น้าร้อน
2. ผ้าขนหนู สี่เหลี่ยม
3. น้าร้อนจัด

ขั้นตอนการประคบ

1. เตรียมน้ำร้อนใส่ขันประมาณ 3 ใน 4 ขัน
2. นำผ้าขนหนูชุบน้าธรรมดา บิดให้หมาด
3. แบ่งผ้าที่บิดน้าไว้ 3 ส่วน (จุ่มน้าร้อนประมาณ 1 ใน 3 ส่วน พับส่วนที่ร้อนเข้าด้านใน แล้วบิดคลี่ผ้าออก ทดสอบความร้อนบริเวณท้องแขน แล้วนามาประคบ ทำซ้ำโดยจุ่มผ้าลงในน้ำร้อนเพิ่มเป็น 2 ส่วน และ 3 ส่วน ตามลาดับ)

ประโยชน์ของการประคบน้าร้อน

1. ลดอาการปวด บวม แดง ร้อน
2. ช่วยทาให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น
3. กรณีที่อักเสบมีน้าในข้อ จะช่วยให้ระเหยในผิวหนัง
4. แก้อาการเคล็ดขัดยอก
5. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
6. ลดอาการอักเสบจากการนวดที่ไม่ถูกต้อง
 

การประคบน้ำร้อน

 
 
 

การนวดไทยดีต่อสุขภาพ  

          ประโยชน์ของ การนวดไทย ดีต่อสุขภาพองค์รวมที่ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายดังนี้

 
2. การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่บวมลดลง แต่ไม่ควรนวดบริเวณที่มีการอักเสบอาจทาให้บวมมากขึ้น
3. ทาให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย คลายความเกร็ง
4. ทำให้ผังพืดอ่อนตัวลง ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นดีขึ้น และอาการเจ็บปวดลดลง
5. ทำให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังมากขึ้น ทำให้ผิวหนังเต่งตึง
6. เพิ่มความตึงตัวของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ กระเพาะอาหาร และลำไส้
7. เกิดการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร ท้องไม่อืดไม่เฟ้อ
8. ช่วยให้ผ่อนคลาย คลายเครียด สบายใจ
9. ทำให้รู้สึกแจ่มใส กระฉับกระเฉง
10. ทำให้จิตใจอบอุ่น มั่นคง จากการสัมผัส ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครอบครัวหากได้ทำการนวดต่อกัน

          ประโยชน์ต่อการรักษาและบรรเทาโรค

กลุ่มอาการที่รักษาด้วย การนวดไทย

1. เจ็บ ปวด บวม ขัดยอก
2. ความพิการผิดรูป ขาโก่ง เดินกะเผลก
3. กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง หรือกล้ามเนื้่ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต
4. ภาวะข้ออักเสบ ข้อยึดติดแข็ง ข้อเคลื่อน
5. ภาวะกระทบจิตใจ

นอกจากนี้ การนวดไทย ยังมีประโยชน์ต่าง ๆ อีกมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยตรง อาทิ การรักษาไมเกรน ปวดศีรษะ การรักษาโรคออฟฟิสซินโดรม ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการรักษาของแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญและผู้ป่วยที่รับการนวด

          อนึ่ง การนวดแผนไทย ที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 

cr: สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข, 2547

ประโยชน์ของการนวดต่อสุขภาพ

 
 

ข้อควรระวัง ข้อห้าม และข้อพึงปฎิบัติในการนวด

ข้อควรระวัง และข้อห้ามในการนวด

  1. ในกรณีที่ นวดท้อง ไม่ควรนวดผู้ที่รับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ (ไม่เกิน 30 นาที )
  2. ไม่ควรให้เกิดการฟกช้ำมากเกินไป หรือมีอาการอักเสบซ้ำซ้อน
  3. กรณีผู้สูงอายุซึ่งมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ต้องระมัดระวังในการนวด
  4. ควรตรวจวัดความดันโลหิตสูง สำหรับผู้สูงเกินวัดเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท ไม่ควรนวด หรือควรพักให้ความดันลดลงก่อน
  5. ไม่ควรนวดผู้ที่มีอาการอักเสบติดเชื้อ หรือมีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวด บวม แดงร้อน
  6. ไม่ควรนวดผู้ที่หลังได้รับประสบอุบัติเหตุใหม่ๆ ควรให้การช่วยเหลือขั้นต้น และตรวจวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ หากเกินความสามารถ ควรประสานความร่วมมือกับแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อส่งต่อผู้่ป่วยตามสมควร
  7. ข้อห้ามหรือข้อควรระวังอื่น ๆ ที่กล่าวไว้เฉพาะแต่ละโรคหรืออาการ ต่าง ๆ
  8. ผู้ที่มีข้อต่อหลวม กระดูกพรุน ต้องระมัดระวังในการนวด
  9. สตรีมีครรภ์ ควรนวดด้วยความระมัดระวัง
  10. ห้ามนวดผู้ที่ใส่อวัยวะเทียมหลังผ่าตัดกระดูก

ข้อพึงปฏิบัติหลังการนวด

1. คำแนะนำสำหรับผู้นวด

  • หากผู้นวดมีอาการปวดนิ้วมือ
  • ให้แช่มือในน้าอุ่นเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  • หรือใช้ผ้าชุบน้าอุ่นประคบมือ และนวดคลึงบริเวณเนินกล้ามเนื้อฝ่ามือและรอบข้อนิ้วมือ

2. คำแนะนำสำหรับผู้ถูกนวด

  • งดอาหารแสลง เช่น อาหารมัน อาหารทอด หน่อไม้ ข้าวเหนียว เครื่องในสัตว์ เหล้า เบียร์ ของหมักดอง
  • ห้าม สลัด บีบ ดัด ส่วนที่มีอาการเจ็บปวด
  • ท่ากายบริหารเฉพาะโรคหรืออาการ
  • คำแนะนำอื่นๆ เช่น หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นมูลเหตุเกิดโรค
นอกจากนี้ การนวดแผนไทยที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 

 

ข้อควรระวังและข้อปฎิบัติในการนวด

 

นวดแผนไทย

 
          การนวดแผนไทย หรือ หัตถเวชกรรมไทย เป็นการรักษาดูแลสุขภาพทด้วยวิถึไทยมาแต่โบราณกาล เป็นภูมิปัญญาของคนไทยที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษนับแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จนมาถึงปัจจุบัน โดยการบอกต่อปากต่อปาก เป็นการสอนตัวต่อตัว โดยเชื่อว่าการนวดมีจุดเริ่มต้นมาจากการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ กันเองภายในครอบครัว เช่น ภรรยานวดสามี สามีนวดภรรยา ลูกหลานนวดให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จนเกิดประสบการณ์และความชำนาญจึงพัฒนาเป็นการนวดบำบัดช่วยเหลือบรรเทารักษาอาการเจ็บปวดของเพื่อนบ้าน จนได้รับความนิยมและเชื่อถือมีการพัฒนาการนวดไทย เป็นการให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อการดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว ช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัวและชุมชน และมี ประโยชน์ต่อระบบสุขภาพส่่วนบุคคล มากมาย

          การนวดไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

         1. การนวดไทยแบบทั่วไป (แบบเชลยศักดิ์)

          หมายถึง การนวดแบบสามัญชน มีการสืบทอด ฝึกฝนแบบแผนการนวดตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหมาะสมมากสาหรับชาวบ้านที่มีการนวดกันเองโดยใช้สองมือและอวัยวะส่วนอื่นนวดรักษาบำบัดโดยไม่ต้องใช้ยาการนวดแบบเชลยศักดิ์เป็นการนวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นการสอนแบบสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ ตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ในแต่ละท้องถิ่นอาจมีวิธีการนวดแตกต่างกัน

          2. การนวดไทยแบบราชสำนัก

          หมายถึง การนวดเพื่อถวายกษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงของในพระราชวัง เป็นการนวดด้วยท่าที่สุภาพนิ่มนวลมากกว่า การนวดแบบเชลยศักดิ์ และวิธีการนวดที่แตกต่างกัน อันมีสิ่งสำคัญที่ผู้นวดจะต้องยึดถือปฎิบัตินับเป็นศาสตร์และศิลป์เฉพาะตัว โดยผู้นวดจะต้องมี ศีลประจำหมอ เพื่อการรักษาที่จะส่งผลอันดีต่อผู้่รักษาและผู้รับการนวด
 
          นอกจากนี้ การนวดแผนไทยที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 
 
 

แนวคิดทฤษฎีนวดแผนไทย

 
 

 การนวดแบบราชสำนัก

          การนวดแบบราชสำนัก หมายถึง การนวดเพื่อถวายกษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงในพระราชวัง จึงมีการนวดด้วยท่าที่สุภาพ เน้นการใช้นิ้วมือและฝ่ามือเท่านั้น รวมถึงเน้นบุคลิกของหมอเป็นหลัก และคำนึงถึงความสวยงามในท่วงท่าการนวดและลงน้ำหนักในทิศทางของแรงอย่างถูกต้อง หน่วง เน้น นิ่ง
มีความนุ่มนวล แต่มีพลังในการนวด สิ่งสาคัญคือ ต้องคำนึงถึง องศามาตราส่วนในการนวด หากปฏิบัติไม่ถูกต้องจะทำให้ผู้นวดปวดเมื่อยแก่ตัวเองได้ การนวดจะนวดด้วยความระมัดระวังมากกว่า การนวดแบบเชลยศักดิ์ อันเป็น การนวดไท อีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้รักษาควบคู่กับสังคมไทย

          การนวดพื้นฐานแบบราชสำนัก เป็นการนวดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณที่จะทำการรักษา (จุดเน้น) แต่ละจุดมากขึ้น สำหรับการรักษาแต่ละบริเวณ เช่น ข้อเท้า หลัง ไหล่ และบ่า เป็นค้น ถือเป็นการเตรียม หรือ warm up ร่างกายของผู้ถูกนวดทำให้ได้รับการกระตุ้นเส้นประสาทให้มีการตี่นตัวจากการนวดรักษา แล้วจึง นวดกดจุดสัญญาณ เป็นลำดับถัดไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ แพทย์แผนไทย ผู้รักษา
 
          วิธีการนวด
 
          ก่อนที่จะเริ่มต้นการนวด ผู้นวดจะต้องปฏิบัติตามระเบียบราชสำนัก คือ
  1. การเดินเข่า เริ่มต้นเมื่อห่างจากผู้ถูกนวด 4 ศอก ผู้นวดจะต้องเดินเข่าเข้าหาผู้ป่วยที่นอนอยู่บนพื้นเมื่ออยู่ห่างผู้ป่วยราว 1-2 ศอกจึงนั่งพับเพียบและคารวะขออภัยผู้ป่วย
  2. การนั่งพับเพียบ โดยปลายเท้าชี้ลงไปทางเดียวกับปลายเท้าของผู้รับการบำบัดเมื่อผู้บำบัดเดินเข่าเข้ามาหาผู้ถูกนวดจนอยู่ระยะห่างประมาณ 1 ศอก หรือ 1 หัตถบาท
  3. การยกมือไหว้ เพื่อขอโทษที่ถูกเนื้อต้องตัวผู้ถูกนวด และเป็นการรำลึกถึงครูบาอาจารย์ผู้สั่งสอนวิชา หรือการตั้งจิตอธิษฐานในการนวด
  4. การจับชีพจรที่ข้อมือและหลังเท้าข้างเดียวกัน หลังจากนั้นหมอจะคลำชีพจรที่ข้อมือ และหลังเท้าข้างเดียวกัน เพื่อตรวจดูอาการของโรค ดูลมเบื้องสูงและลมเบื้องต่ำ (สังเกต เปรียบเทียบ ประเมินอาการ พร้อมวินิจฉัยโรค) แล้วจึงเริ่มนวด คล้ายกับการนวดแบบทั่วไป ต่างกันที่ตำแหน่งการวางมือและองศาที่แขนของผู้นวดซึ่งต้องกระทำอย่างสุภาพยิ่ง  
   
  
 
          การนวดแบบราชสำนัก จึงพิจารณาถึงผู้เรียนอย่างประณีตถี่ถ้วน การสอนมีขั้นตอน การนวดที่สุภาพ มีการนวดมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ เช่น การนวดพื้นฐาน และ การนวดกดจุดสัญญาณ ต่าง ๆ ตามร่างกาย

          นอกจากนี้ การนวดแผนไทยแบบราชสำนัก ควรคำนึงถึงการนวดที่ดีมีผลต่อการรักษาสุขภาพและ ประโยชน์ของการนวด อันเป็น หลักทั่วไปของการนวด และองค์ประกอบอื่น ๆ ดังนี้

>> สิ่งสำคัญของการนวดแบบราชสำนัก
 
 

การนวดไทยแบบราชสำนัก

 
 


 หลักทั่วไปของการนวดแผนไทย

การเตรียมตัวของผู้นวด

การฝึกกำลังนิ้ว

เพื่อให้นิ้วมือมีกำลังแข็งแรง จะได้มีกำลังเพียงพอ มือไม่สั่นไม่อ่อนแรง กดได้ตรงเป้าหมายในการรักษาและได้ผลรวดเร็ว สามารถทำได้โดยฝึกซ้อม ยกกระดาน ทุกวัน ด้วยการนั่งขัดสมาธิเพชรและหย่งมือเป็นรูปถ้วยวางไว้ข้างลำตัว แล้วยกตัวให้พ้นจากพื้น หรือ ใช้การฝึกโดยบีบขี้ผึ้งจนอ่อนตัว

การรักษาสุขภาพ

ผู้นวดจะต้องรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอทั้งกายและใจ หมั่นออกกาลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ถ้ารู้สึกว่าไม่สบายหรือมีไข้ไม่ควรทาการนวดเพราะนอกจากการนวดจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรแล้วยังอาจแพร่โรคให้กับผู้ถูกนวดได้ และเล็บมือควรตัดให้สั้นอันเป็นการดูแลสุขอนามัยที่ดี และสะดวกต่อการนวด

มารยาทในขณะทำการนวด

  1. ก่อนทำการนวด ผู้นวดควรสำรวมจิตใจให้เป็นสมาธิ ระลึกถึงคุณครูอาจารย์ สำหรับการนวดแบบราชสำนักจะมีการยกมือไหว้ผู้ถูกนวด เพื่อเป็นการขอขมาที่ล่วงเกินบนร่างกาย
  2. ขณะนวด ควรนั่งห่างจากผู้ถูกนวดพอสมควรในด้านที่จะทำการนวดไม่ควรคร่อมตัวผู้ถูกนวด สำหรับการนวดแบบราชสำนัก จะเดินเข่าเข้าหาผู้ถูกนวดอย่างน้อย 4 ศอก และนั่งห่างจากผู้ถูกนวดประมาณ 1 ศอก และจับชีพจรดูลมเบื้องสูงกับลมเบื้องต่ำ
  3. ขณะนวด ไม่ควรก้มหน้าจะทำให้หายใจรดผู้ถูกนวด ซึ่งใน การนวดแบบราชสำนัก ได้มีคำกล่าวไว้ว่า “แม้ลมหายใจก็ไม่ให้รดพระวรกาย” ขณะทำการนวดจึงมักจะหันหน้าตรงไปข้างหน้า โดยไม่ก้มหน้า และไม่เงยหน้ามองฟ้า อันเป็นการแสดงความไม่เคารพ
  4. ขณะทำการนวด ห้ามกินอาหารหรือสิ่งใดๆ และระมัดระวังการพูดที่อาจทำให้ผู้ถูกนวดตกใจ สะเทือนใจ หรือหวาดกลัว ควรซักถามและสังเกตอาการอยู่เสมอ ควรหยุดเมื่อผู้ถูกนวดขอให้พัก หรือเจ็บปวดจนทนไม่ไหว

นอกจากนี้ การนวดแผนไทย ควรคำนึงถึงการนวดที่ดีมีผลต่อการรักษาสุขภาพและ ประโยชน์ของการนวด อันเป็นสิ่งสำคัญของการนวด และองค์ประกอบอื่น ๆ ดังนี้
 
 
 

หลักทั่วไปการนวดแผนไทย

 
 

นวดเพื่อรักษาสมดุลโครงสร้างของร่างกาย

 
ประโยชน์ของการนวดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย มาจาก การนวดด้วยท่านวดและวิธีการนวดที่ถุกต้อง ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายที่กำหนด จะส่งผลต่อระบบภายในร่างกาย และโครงสร้างของร่างกายที่สำคัญคือระบบกระดูก ดังนี้

6. ระบบกระดูก

กระดูก (อัฐิ) ประกอบเป็นโครงสร้างของร่างกายมีทั้งหมด 206 ชิ้น ประกอบด้วย
  1. กระดูกแกนกลาง ได้แก่ กะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลัง กระดูกอก กระดูกซี่โครง
  2. กระดูกรยางค์ ได้แก่ กระดูกแขน ประกอบด้วย กระดูกสะบัก กระดูกไหปลาร้า กระดูกต้นแขน กระดูกแขนด้านใน กระดูกแขนด้านนอก กระดูกข้อมือ กระดูกฝ่ามือ และกระดูกนิ้วมือ กระดูกขา ประกอบด้วย กระดูกเชิงกราน กระดูกต้นขา กระดูกสะบ้า กระดูกหน้าแข้ง กระดูกน่อง กระดูกข้อเท้า กระดูกฝ่าเท้า และกระดูกนิ้วเท้า
  3. ข้อต่อ เป็นส่วนที่ปลายกระดูกมาต่อกัน มีพังผืดหุ้มรอบข้อ ภายในมีน้ำไขข้อ (ลสิกา) มีปลายกล้ามเนื้อซึ่งเป็นเอ็นยึดเกาะเหนือและต่ากว่าข้อต่อ ทาให้ข้อต่อมีการเคลื่อนไหว และป้องกันไม่ให้ข้อต่อหลุด อันเป็นส่วนสำคัญของ การนวดแผนไทย ทั้งใน การนวดพื้นฐานและนวดจุดสัญญาณ
 
 

 

หน้าที่ของกระดูก

  1. เป็นโครงสร้างของร่างกาย ทำให้ร่างกายคงรูปอยู่ได้
  2. เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ เอ็น และพังผืด
  3. ช่วยป้องกันอวัยวะภายในที่สำคัญ
  4. ช่วยรับและกระจายน้ำหนักของร่างกาย
  5. สร้างเม็ดเลือดให้ร่างกาย
  6. เป็นแหล่งสะสมแคลเซียมและฟอสเฟต
การนวดไทย เป็นการเร่งการไหลเวียนเลือด ซึ่งสำคัญและจำเป็นต่อการติดของกระดูก ทำให้กระดูกหักติดได้เร็วและดีขึ้น ข้อต่อมีการไหลเวียนเลือดดี ทำให้การเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้นไม่ติดขัด อันเป็น ประโยชน์สำคัญของการนวด ทำให้สุขภาพดีแบบองค์รวม

 

นวดเพื่อรักษาสมดุลโครงสร้างของร่างกาย

 
 

นวดไทยเพิ่มความงาม 

 
ประโยชน์ของการนวดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย มาจาก การนวดด้วยท่านวดและวิธีการนวดที่ถุกต้อง ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายที่กำหนด จะส่งผลต่อระบบภายในร่างกาย ดังนี้ 

4. ระบบผิวหนัง

ผิวหนัง (ตโจ) จัดเป็นระบบปกคลุมร่างกายภายนอกทั่วไป ประกอบด้วยหนังกำพร้า หนังแท้ ต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ และขน มีหน้าที่สำคัญของผิวหนังคือห่อหุ้มร่างกาย ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ขับเหงื่อ ขับไขมัน ช่วยหล่อเลี้ยงผิวหนัง รักษาอุณหภูมิของร่างกาย นอกจากนี้ยังรับรู้สัมผัสต่างๆ ที่ผิวหนัง เช่น ความร้อน, ความเย็น, ความเจ็บปวด, การสัมผัสและแรงกด โดยอาศัยตัวรับความรู้สึกของระบบประสาทที่อยู่ใต้ผิวหนัง
การนวด มีผลทำให้การไหลเวียนของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้น ทำให้อุณหภูมิที่ผิวหนังเพิ่มขึ้น มีผลกระตุ้นการขับเหงื่อและไขมัน ลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัด ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและกระชับกว่าเดิม จึงทำให้เป็นการเสริมความงาม ช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส แลดูมีน้ำมีนวล

5. ระบบย่อยอาหาร

ระบบย่อยอาหาร (อุทรียังและกรีสัง) ทำหน้าที่ในการย่อยอาหาร ดูดซึมอาหารที่ย่อยแล้วเข้าสู่ร่างกายและขับถ่ายกากอาหารออกจากร่างกายในรูปของอุจจาระ อวัยวะในระบบย่อยอาหารประกอบด้วย ปาก คอหอยหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก สำไส้ใหญ่ ไส้ตรง และทวารหนัก นอกจากนี้ยังมีอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร ได้แก่ ลิ้น ฟัน ต่อมน้าลาย ตับ ตับอ่อน และถุงน้าดี อาหารจะผ่านเข้าสู่ร่างกายตั้งแต่ปาก ผ่านลงมาในหลอดอาหารมาที่กระเพาะอาหารและลำไส้ จนสุดท้ายกลายเป็นกากอาหารออกไปจากร่างกายทางทวารหนัก




การนวดไทย ทำให้อวัยวะภายในช่องท้องมีการเคลื่อนไหว กระเพาะอาหารและลำไส้มีการบีบตัว ทำให้การย่อยอาหาร การดูดซึมอาหารได้ดี ระบบขับถ่ายปกติ ลดอาการท้องผูก ตามโบราณเรียก เถาดานพรรดึก ระบบการย่อยอาหารเป็นระบบที่สำคัญในการหล่อเลี้ยงร่างกาย การนวดจึงเป็นวิธีหนึ่งที่กระตุ้นการทำงานของระบบการย่อยอาหาร แต่ต้องนวดด้วยการบรรจง แต่งรสมือ และไม่ควรนวดผู้ป่วยหลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ ร่างกายที่มีระบบการชับถ่ายที่ดี จะทำให้ของเสียภายในร่างกายหมดไป และช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสเพิ่มความงามได้
 
การนวดไทย ที่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ได้แก่
 
4. ระบบผิวหนัง
5. ระบบย่อยอาหาร
6. ระบบกระดูก
7. ระบบอวัยวะสืบพันธุ์

 

นวดไทยเพิ่มความงาม

 

 ข้อห้าม และข้อควรระวัง สำหรับการนวด 

  1. ในกรณีที่ นวดท้อง ไม่ควร นวดผู้ที่รับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ (ไม่เกิน 30 นาที )
  2. ไม่ควร ให้เกิดการฟกช้ำมากเกินไป หรือมีอาการอักเสบซ้ำซ้อน
  3. กรณีผู้สูงอายุซึ่งมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ต้องระมัดระวังในการนวด
  4. ควรตรวจวัดความดันโลหิตสูง สำหรับผู้สูงเกินวัดเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท ไม่ควร นวดหรือควรพักให้ความดันลดลงก่อน *
  5. ไม่ควร นวดผู้ที่มีอาการอักเสบติดเชื้อ หรือมีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวด บวม แดงร้อน**
  6. ไม่ควร นวดผู้ที่หลังได้รับประสบอุบัติเหตุใหม่ๆ ควรให้การช่วยเหลือขั้นต้น และตรวจวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ หากเกินความสามารถ ควรประสานความร่วมมือกับแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อส่งต่อผู้่ป่วยตามสมควร
  7. ข้อห้าม หรือ ข้อควรระวัง อื่น ๆ ที่กล่าวไว้เฉพาะแต่ละโรคหรืออาการ ต่าง ๆ
  8. ผู้ที่มีข้อต่อหลวม กระดูกพรุน ต้องระมัดระวังในการนวด
  9. สตรีมีครรภ์ควรนวดด้วยความระมัดระวัง
  10. ห้ามนวด ผู้ที่ใส่อวัยวะเทียมหลังผ่าตัดกระดูก
  11. สำหรับผู้ได้รับการผ่าตัดมา ไม่ควร นวดบริเวณที่ได้รับการผ่าตัดใหม่ ๆ ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 1 ปีก่อน 

โรคที่ห้ามนวด

  1. มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส **
  2. ไข้พิษ ไข้กาฬ อีสุกอีใส งูสวัด เริม
  3. โรคผิวหนัง ที่สามารถติดต่อได้
  4. โรคติดต่อ เช่น วัณโรค
  5. โรคความดันโลหิตสูง (ควรวัดความดันโลหิตก่อน ตามข้างต้นและนวดด้วยความระมัดาะวัง *)
  6. โรคหัวใจ ทุกประเภท (ควรนวดด้วยความระมัดาะวังในบางกรณี)

ข้อห้ามสำหรับการนวด

 
 
 

 การนวดจุดสัญญาณ ฉบับราชสำนัก 

สัญญาณ คือ จุดหรือตำแหน่งสำคัญที่อยู่บนแนวเส้นพื้นฐาน ซึ่งสามารถจ่ายเลือด บังคับเลือดจ่ายความร้อน บังคับความร้อนไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกายในการรักษาโรคตามพิกัดทางหัตถเวช
การนวดจุดสัญญาณฉบับราชสำนัก มีตำแหน่งการกดจุดสัญญาณต่าง ๆ ที่สำคัญภายในร่างกายอยู่ 12 ตำแหน่ง รวม 50 จุดใหญ่ ๆ หรือจุดแม่ และมีจุดสัญญาณน้อย หรือจุดลูกในบริเวณใกล้เคียงกัน อันเป็นจุดร่วม ใน การนวดพื้นฐาน ซึ่งทาง แพทย์แผนไทย ได้กำหนดตำแหน่งบริเวณเพื่อรักษาโรคไว้เช่นกัน

จุดสัญญาณหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้

  1. จุดสัญญาณศีรษะด้านหน้า  5 จุดสัญญาณหลัก
  2. จุดสัญญาณศีรษะด้านหลัง  5 จุดสัญญาณหลัก
  3. จุดสัญญาณหัวไหล่  5 ดสัญญาณหลัก
  4. จุดสัญญาณหลัง  5 จุดสัญญาณหลัก
  5. จุดสัญญาณแขนด้านใน  5 จุดสัญญาณหลัก
  6. จุดสัญญาณแขนด้านนอก  5 จุดสัญญาณหลัก
  7. จุดสัญญาณท้อง  5 จุดสัญญาณหลัก
  8. จุดสัญญาณขาด้านใน  5 จุดสัญญาณหลัก
  9. จุดสัญญาณขาด้านนอก  5 จุดสัญญาณหลัก
  10. จุดสัญญาณเข่า  3 จุดสัญญาณหลัก

การนวดกดจุดสัญญาณ ฉบับราชสำนัก มีท่านวดดังนี้

  • ท่านอน

  1. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง **
  2. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง (รวมเอว – สะโพก)
  3. การนวดกดจุดสัญญาณท้อง
  4. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านนอก **
  5. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านใน **
  6. การนวดกดจุดสัญญาณขา ด้านนอก
  7. การนวดกดจุดสัญญาณขา ด้านใน
  8. การนวดกดจุดสัญญาณเข่า *
  9. การนวดกดจุดสัญญาณข้อเท้า *
  10. การนวดกดจุดสัญญาณข้อนิ้วเท้า * 
  • ท่านั่ง

  1. การนวดกดจุดสัญญาณศีรษะ ด้านหน้า *
  2. การนวดกดจุดสัญญาณศีรษะ ด้านหลัง *
  3. การนวดกดจุดสัญญาณจุดจอมประสาท *
  4. การนวดกดจุดสัญญาณหู *
  5. การนวดกดจุดสัญญาณหัวไหล่ *
  6. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง สัญญาณ 4 สัญญาณ 5 **
  7. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านนอก **
  8. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านใน **
  9. การนวดกดจุดสัญญาณข้อมือ *
  10. การนวดกดจุดสัญญาณใจกลางฝ่ามือ *
  11. การนวดกดจุดสัญญาณข้อนิ้วมือ
หมายเหตุ:
*
** ท่านวดมีในท่านั่ง และท่านอน

การนวดแผนไทย ก่อนเริ่ม การนวดพื้นฐาน หรือการนวดจุดสัญญาณ ผู้นวดจะเริ่มนวดด้วย วิธีการนวดพื้นฐานแบบราชสำนัก ตามลำดับวิธีการรักษาที่กำหนด หากผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้อตึงแข็งมาก อาจจำเป็นต้อง นวดประคบ อบสมุนไพร หรือ การนวดประคบน้ำร้อน ก่อนหรือหลังการนวด ขึ้นอยู่กับแพทย์แแผนไทย ผู้แนะนำรักษาตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ การนวดแผนไทย ที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 

  

การนวดจุดสัญญาณฉบับราชสำนัก