หลักการนวดราชสำนักของแพทย์แผนไทย
หลักการนวดราชสำนัก มีสิ่งจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และศึกษาเพื่อเป็น แพทย์แผนไทย ด้านการนวด ดังนี้1. ความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์
- ความรู้ทาง กายวิภาคศาสตร์ คือ การศึกษาถึงเรื่องรูปร่าง ลักษณะของกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ เส้นเลือดดำ เส้นเลือดแดง เส้นประสาท เส้นเอ็น ซึ่งสัมพันธ์กับการนวดโดยตรง นอกจากนี้ควรรู้ถึงอวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ทั้งในทรวงอก และช่องท้อง รวมทั้งในอุ้งเชิงกรานและสมอง อาทิ เช่น หัวใจ ปอด ตับ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
- ความรู้ทาง สรีรวิทยา คือ ศึกษาถึงหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายดังกล่าวแล้ว ปรกตินั้นอวัยวะต่าง ๆ ทำหน้าที่อะไรบ้าง และในขอบเขตเพียงใด
- ความรู้ทาง พยาธิวิทยา คือ ศึกษาถึง สาเหตุของการเกิดโรค ที่ทำให้ลักษณะรูปร่าง ตลอดจนหน้าที่ของอวัยวะนั้น ๆ เปลี่ยนแปลงไป เช่น การหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ข้อแพลง เอ็นอักเสบ ข้อติดขัด การไหลเวียนเลือดผิดปกติ เป็นต้น
2. การวิเคราะห์โรค
มีหลักอยู่ว่า “ต้องพิเคราะห์โรคให้ได้ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง ”
2.1 การซักประวัติ ได้แก่
ก. อาการสำคัญ
- ที่นำคนไข้มาหาหมอ เช่น ยกแขนไม่ได้เพราะไหล่ติด เป็นต้น
ข. ประวัติการป่วยปัจจุบัน
- ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการสำคัญ ต้องทราบถึงลักษณะของการเริ่มเจ็บป่วย (เป็นทันที หรือค่อยเป็นค่อยไป) ความรุนแรง(มาก ,น้อย) ทำท่าไหนไม่ได้บ้าง หรือทำแล้วเกิดติดขัด เกิดความเจ็บปวด เคยมีการอักเสบบริเวณนั้น ๆ หรือไม่ ฯลฯ
ค. ประวัติส่วนตัว และ
ง. ประวัติครอบครัว
- เพื่อจะทำให้ทราบถึงโรคประจำตัวของคนไข้ ซึ่งอาจมีผลต่อการป่วยในครั้งนี้ เช่น หอบหืด โรคปอด โรคหัวใจ (ความดันเลือดสูงต่ำ) โรคเบาหวาน โรคคอพอกเป็นพิษ ฯลฯ
2.2 การตรวจร่างกาย | การตรวจทางกายภาพทั่วไป
- กระทำโดยการดู การคลำ จับส่วนที่พิการเคลื่อนไหวดู หรือให้คนไข้เคลื่อนไหวเองว่าทำได้หรือไม่ ทำได้มากน้อยเพียงใด มีการเจ็บปวดร่วมด้วยหรือไม่ การเจ็บปวดมีลักษณะอย่างไร - เสียดแทง, ตื้อ ๆ, ปวดร้าว, ปวดตุบ ๆ, ฯลฯ
- ตรวจดูลักษณะของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย - เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ตึง บวม ลีบ ความพิการ รอยโรค
- ตรวจลักษณะของกระดูกสันหลัง - คด โก่ง แอ่น
- ตรวจลักษณะกระดูก - แขน ขา ความพิการ รอยโรค การโก่ง ผิดรูป
- การตรวจวัดองศาของข้อต่อต่าง ๆ ของการนวดราชสำนัก
การตรวจสภาวะของร่างกายก่อนทำการนวด
เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น แพทย์แผนไทย หัตถเวช ควรตรวจสภาพร่างกายของคนไข้ โดยมีข้อปฎิยัติดังนี้
- ดู ลักษณะทั่วไป ก่อน แล้วดู ส่วนที่เจ็บป่วย จากนั้นจึง ตรวจวัดสัญญาณชีพ เพื่อดูการทำงานของปอด (การหายใจเร็ว – ช้า, ลึก-ตื้น) และการไหลเวียนเลือด (การทำงานของหัวใจ และความดันเลือด ทราบได้จากการจับชีพจร) เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปกำหนดท่าที่จะนวดคนไข้ คือ ควรให้คนไข้นั่งหรือนอนนวด นวดมากน้อยเพียงใด ใช้แรงขนาดไหน และใช้เวลานานเท่าใด หรือไม่ เป็นต้น
ข้อสังเกต : ไม่ว่าจะอยู่ในท่าใด ขณะนวดทั้งหมอและคนไข้ จะต้องอยู่ในท่าที่สบายผ่อนคลายไม่เกร็ง

























