แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thai massage แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thai massage แสดงบทความทั้งหมด

  
 
 

ระบบการไหลเวียนของเลือด แนวกระดูกสันหลัง

 
 


 
 

 Blood vessel 

1. Posterior spinal artery
2. Anterior spinal artery
3. Segmental medullary arteries
4. Vertebral artery
5. Ascending cervical artery
6. Deep cervical artery
7. Costocervical trunk
8. Thyrocervical trunk
9. Subelavian artery
10. Segmental medullary arteries (branch from segmentalspinal artery)
11. Segmental spinal artery
12. Posterior intercostal artery
13. Artery of Adamkiewicz (branch from segmental spinalartery)
14. Segmental spinal artery
15. Lateral sacral artery
 
 

 

ระบบการไหลเวียนของเลือด แนวกระดูกสันหลัง

 กล้ามเนื้อหลัง และระบบประสาท

 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 

กล้ามเนื้อหลัง

 
 

โครงสร้างร่างกายมนุษย์ - หัวไหล่

  • กายวิภาค การนวดพื้นฐานหัวไหล่
 
 
 
 

แนวการรักษาไหล่ติดโดยหัตถเวชกรรมไมย

 
 
 
 
 
 

นวดไทยรักษาไหล่ติด

 
 
 

การนวดจุดสัญญาณหลัง ฉบับราชสำนัก

 

การนวดจุดสัญญาหลัง มี 2 วิธีคือ



วิธีการนวดจุดสัญญาณหลัง ท่านอน 

 
 >> กรุณาศึกษาโดยการปฎิบัติจริงจากท่านผู้รู้ โดย ชมรมแพทย์แผนไทยลูกศิษย์ อ.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ
และการฝึกซ้อมจนชำนาญ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และแม่นยำแต่ละท่านวด ดังนี้ <<
 
 
1 ท่านอนเตรียมการนวด โดยท่านอนไต่คู้  
  
2 จุดตำแน่งการนวดสัญญาณหลังท่านอนในการนวดแบบราชสำนัก  
 
3 ท่านั่งของหมอ เริ่มกดสัญญาณ 1 

4 ท่านั่งของหมอ เมื่อกดสัญญาณ 1 และ 2 

5 การใช้นิ้วกดเมื่อเริ่มสัญญาณ 1 ในจุดเริ่มต้น
 
6 การใช้นิ้วกดเมื่อเริ่มสัญญาณ 2 จุดสุดท้าย
 
 

ท่านวดสัญญาณราชสำนัก อื่น ๆ

การนวดจุดสัญญาณหลัง ท่านอน มีลักษณธการนวดคล้าย การนวดพื้นฐานหลัง ท่านอน แต่ต่างจัดตรงที่ การนวดจุดสัญญาณ จะเน้นการนวดเป็นจุดนวดพิเศษในการรักษา
 
อนึ่ง การนวดไทยแบบราชสำนัก ผู้นวดจะต้องผ่านการฝึกปฎิบัติจนชำนาญ และศึกษา ความรู้เกี่ยวกับการนวดไทย เส้นประธานสิบ โครงสร้างร่างกาย และศาสตร์แพทย์แผนไทย มาพอสมควร จึงจะทำให้การนวดมีประสิทธิผล ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ถูกนวด
 
 
 

การนวดจุดสัญญาณหลัง ท่านอน

 
 

การนวดพื้นฐานบ่า

 
          การนวดพื้นฐานบ่า  แนวการนวด คือการนวดบริเวณบ่า เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เกร็งเกิดการอ่อนตัว และทำให้การไหลเวียนเลือดบริเวณบ่าดีขึ้น โดยวางนิ้วหัวแม่มือคู่กัน กดลงบนกล้ามเนื้อบ่า เริ่มจากชิดร่องข้อต่อกระดูกข้อไหล่ด้านบน กดไล่ไปจนถึงปุ่มกระดูกต้นคอ โดยผู้นวดยืนในท่าหกสูงใช้น้ำหนัก 50 ปอนด์ (1/2 ของกำลังผู้นวด)


 >> กรุณาศึกษาโดยการปฎิบัติจริงจากท่านผู้รู้ โดย ชมรมแพทย์แผนไทยลูกศิษย์ อ.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ
และการฝึกซ้อมจนชำนาญ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และแม่นยำแต่ละท่านวด <<
 
 

การนวดพื้นฐานบ่า ฉบับราชสำนัก

 
 

การนวดพื้นฐานหัวไหล่

 
          การนวดพื้นฐานหัวไหล่  แนวการนวดคือ ผู้นวดนั่งท่าพรหมสี่หน้าด้านข้างคนไข้ ใช้นิ้วหัวแม่มือต่ำลง (ข้างที่อยู่ใกล้กันคนไข้) กดลงที่ร่องต่อกระดูกหัวไหล่ประมาณกึ่งกลางสะบัก มืออีกข้างจับข้อมือคนไข้ยกขึ้นประมาณระดับสายตา
      
 >> กรุณาศึกษาโดยการปฎิบัติจริงจากท่านผู้รู้ โดย ชมรมแพทย์แผนไทยลูกศิษย์ อ.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ
และการฝึกซ้อมจนชำนาญ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และแม่นยำแต่ละท่านวด <<

          ข้อควรระวังในการนวดพื้นฐานหัวไหล่


1. ไม่ควรกดแรงเพราะมีเส้นประสาทไปเลี้ยงที่แขน ถ้ากดแรงทำให้แขนไม่มีแรง ยกแขนไม่ขึ้น
2. กรณีคนไข้เป็นโรคหัวไหล่ ควรอยู่ในความควบคุม ของผู้ชำนาญ
3. กรณีหัวไหล่หลุด เคลื่อน ไม่ควรนวด


 

การนวดพื้นฐานหัวไหล่ ฉบับราชสำนัก

 
 
 

 3. การนวดพื้นฐานแขน

          การนวดพื้นฐานแขน  เน้นการนวดตำแหน่งแขนด้านใน 5 จุด ช่วยให้รายที่เป็นอัมพาตแขน แขนอ่อนแรง ข้อมือและข้อนิ้วต่าง ๆ เคลื่อน และมีการอักเสบจาดอุบัติเหตุ

 >> กรุณาศึกษาโดยการปฎิบัติจริงจากท่านผู้รู้ โดย ชมรมแพทย์แผนไทยลูกศิษย์ อ.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ
และการฝึกซ้อมจนชำนาญ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และแม่นยำแต่ละท่านวด <<

 


       ข้อควรระวังในการนวดพื้นฐานแขน

1. บริเวณแขนด้านนอกท่อนล่าง ไม่ควรกดแรง อาจทำให้เส้นประสาทช้ำ ทำให้กำมือ แบมือไม่ได้ หรือกระดกข้อมือไม่ได้
2. บริเวณแขนด้านในท่อนล่าง และบริเวณข้อพักศอก มีเส้นเลือดแดงใหญ่ ควรหลีกเลี่ยง และระมัดระวัง
3. กรณีที่มีการแตก หัก ร้าว ของกระดูกแขน ไม่ควรนวด
4. กรณีที่มีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ไม่ควรกด



 

การนวดพื้นฐานแขน แบบราชสำนัก

 
 

1. การนวดพื้นฐานขา และเปิดประตูลม

 
          การนวดพื้นฐานขา  คือการนวดตามแนวกระดูกขาด้านข้าง จากหน้าแข้งลงไปถึงข้อเท้า และจากเหนือเข่าขึ้นไปจนถึงต้นขา (หัวตะคาก) แล้วกลับมือนวดกลับ ด้านล่างของขา จากต้นขา (หัวตะคาก) ถึงข้อเท้า
  

ท่าการนวดพื้นฐานขา และเปิดประตูลม >>

 
 >> กรุณาศึกษาโดยการปฎิบัติจริงจากท่านผู้รู้ โดย ชมรมแพทย์แผนไทยลูกศิษย์ อ.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ
และการฝึกซ้อมจนชำนาญ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และแม่นยำแต่ละท่านวด <<


         ข้อควรระวังในการนวดพื้นฐานขา 

  1. ในกรณีที่มีการหัก แตก ร้าวของกระดูก ไม่ควรนวด
  2. ในกรณีมีการฉีกขาดของมัดกล้ามเนื้อ บริเวณขาท่อนบน ไม่ควรนวด
  3. ด้านข้างของกระดูกหน้าแข้ง ด้านในและด้านนอก ไม่ควรกดแรง เพราะจะมีระบบเส้นประสาทที่ใช้ในการกระดกข้อเท้า ขึ้น-ลง ถ้ากดแรงทำให้เส้นประสาทช้ำข้อเท้าอาจกระดกขึ้นลงไม่ได้

 

การนวดพื้นฐานขา แบบราชสำนัก

 
 
 

การนวดไทยแบบราชสำนัก

 
การนวดไทยแบบราชสำนัก มีท่านวดที่สำคัญ 2 ประเภท คือ  

1. การนวดพื้นฐาน แบบราชสำนัก

การนวดพื้นฐาน มีท่านวดดังนี้

  • ท่านอน

  1. การนวดพื้นฐานหลัง (รวมเอว – สะโพก) **
  2. การนวดพื้นฐานท้อง เพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง
  • ท่านั่ง

  1. การนวดพื้นฐานกล้ามเนื้อโค้งคอ*
  2. การนวดพื้นฐานบ่า *
  3. การนวดพื้นฐานไหล่ 
  4. การนวดพื้นฐานหลัง (รวมเอว – สะโพก) **

การนวดกดจุดสัญญาณ แบบราชสำนัก

การนวดกดจุดสัญญาณ ฉบับราชสำนัก มีท่านวดดังนี้

  • ท่านอน
  1. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง **
  2. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง (รวมเอว – สะโพก)
  3. การนวดกดจุดสัญญาณท้อง
  4. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านนอก **
  5. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านใน **
  6. การนวดกดจุดสัญญาณขา ด้านนอก
  7. การนวดกดจุดสัญญาณขา ด้านใน
  8. การนวดกดจุดสัญญาณเข่า *
  9. การนวดกดจุดสัญญาณข้อเท้า *
  10. การนวดกดจุดสัญญาณข้อนิ้วเท้า * 
  • ท่านั่ง

  1. การนวดกดจุดสัญญาณศีรษะ ด้านหน้า *
  2. การนวดกดจุดสัญญาณศีรษะ ด้านหลัง *
  3. การนวดกดจุดสัญญาณจุดจอมประสาท *
  4. การนวดกดจุดสัญญาณหู *
  5. การนวดกดจุดสัญญาณหัวไหล่ *
  6. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง สัญญาณ 4 สัญญาณ 5 **
  7. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านนอก **
  8. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านใน **
  9. การนวดกดจุดสัญญาณข้อมือ *
  10. การนวดกดจุดสัญญาณใจกลางฝ่ามือ *
  11. การนวดกดจุดสัญญาณข้อนิ้วมือ
หมายเหตุ:
*
** ท่านวดมีในท่านั่ง และท่านอน

การนวดแผนไทย ก่อนเริ่ม การนวดพื้นฐาน หรือ การนวดจุดสัญญาณ ผู้นวดจะเริ่มนวดด้วย วิธีการนวดพื้นฐานแบบราชสำนัก ตามลำดับวิธีการรักษาที่กำหนด หากผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้อตึงแข็งมาก อาจจำเป็นต้อง นวดประคบ อบสมุนไพร หรือ การนวดประคบน้ำร้อน ก่อนหรือหลังการนวด ขึ้นอยู่กับแพทย์แแผนไทย ผู้แนะนำรักษาตามควร


 

การนวดพื้นฐาน และจุดสัญญาณแบบราชสำนัก

 
 

การนวดแบบทั่วไป (แบบเชลยศักดิ์)


          การนวดแบบทั่วไป หรือแบบเชลยศักดิ์ หมายถึง การนวดแบบสามัญชน มีการสืบทอด ฝึกฝนแบบแผนการนวด ตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหมาะสำหรับชาวบ้านที่มีการนวดกันเองโดยใช้สองมือและอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย เช่น การใช้เท้าเหยียบ การใช้เข่าดันหลัง หรือกระทั่งการบิด ดัด ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผู้ป่วย ปัจจุบันเป็นที่รู้จักและแพร่หลายในสังคมไทยและชาวต่างชาติ
       การนวดทั่วไป หรือการนวดแบบเชลยศักดิ์ เป็น การนวดรักษาบำบัดโดยไม่ต้องใช้ยา โดยการนวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกาย มีการสอนแบบสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษโดยในแต่ละท้องถิ่นอาจมีวิธีการนวดแตกต่างกันตามวัฒนธรรมของท้องถื่นนั้น ๆ

          วิธีการนวด

  1. ก่อนเริ่มนวด ผู้นวดจะต้องพนมมือไหว้ครูเสียก่อน หรือการตั้่งอธิษฐานจิตในการรักษา (ตามวัฒนธรรมของตน) และไหว้เพื่อขอโทษผู้ป่วยก่อนที่จะถูกเนื้อต้องตัวในขณะที่ผู้ป่วยนอนหงายหรือนั่งเมื่ออเริ่มการนวด
  2. ต่อจากนั้นจึงเริ่มนวดตามที่วินิจฉัยโรค หากวินิจฉัยให้นวดพื้นฐานครบองค์ จะเริ่มนวดตั้งแต่เท้า ไปจนถึงเข่า ไปจนถึงขาช่วงบน ท้อง หลัง ไหล่ ต้นคอและแขน นวดทั่วทั้งตัว
          การนวด ทำให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น และการนวดยังส่งผลสะท้อนให้กับการทำงานของอวัยวะที่อยู่ห่างออกไปจากบริเวณนวดซึ่งจะช่วยรักษาและบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้ดี เป็นที่นิยมในการรักษาดูและสร้างเสริมสุขภาพอีกทางหนึ่ง นับเป็น ประโยชน์ต่อสุขภาพอันเป็นสิ่งสำคัญของการนวด โดยวิธีการนวดที่เรียกว่า การนวดพื้นฐาน และ การนวดกดจุดสัญญาณ แต่ลักษณะวีธีการนวดแต่ละท่าอาจมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป

          การนวดแบบทั่วไป (แบบเชลยศักดิ์) ช่วยบำบัดรักษาและบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น อาการเคล็ด ขัดยอก คอแข็งจากการตกหมอน ปวดหลัง เจ็บเอว ปวดเข่า ซ้น และรักษาโรคภัยคุกคาม ต่าง ๆ เช่น รักษาอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืดเฟ้อ ท้องผูก ตะคริว ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ อาการวิงเวียน ช่วยคลายความเครียด ช่วยให้ข้อที่เคลื่อนกับเข้าที่ ฯลฯ

          นอกจากนี้ การนวดไทย ควรจะต้องทำความเข้าใจในหลักการนวดอื่น ๆ เพื่อให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น

องค์ประกอบสำคัญของการนวดไทย
 

 

การนวดเชลยศักดิ์

 
 

คุณภาพการนวดแผนไทย 

มาตรฐานของผู้ให้บริการการนวดไทย

ผู้ให้บริการต้องเป็นแพทย์แผนไทยที่มีใบประกอบโรคศิลปะการแพทย์แผนไทยการนวด และมีหลักในการให้บริการต่าง ๆ ที่ถูกต้อง หากปฏิบัติด้วยความชำนาญจะเพิ่มประสิทธิผลการรักษา ดังนี้

เทคนิดการนวดแผนไทย

การแต่งรสมือ

หมายถึง การลงน้าหนักแต่ละรอบและจังหวะการลงน้าหนัก ซึ่งการลงน้ำหนักนิ้วมือที่กด มี 3 ระดับ คือ
  1. น้ำหนักเบา ประมาณ 50 % ของน้าหนักที่สามารถลงได้สูงสุด
  2. น้ำหนักปานกลาง ประมาณ 70 % ของน้าหนักที่สามารถลงได้สูงสุด
  3. น้าหนักมาก ประมาณ 90 % ของน้าหนักที่สามารถลงได้สูงสุด

การลงจังหวะนิ้วมือในการนวด

จังหวะในการลงน้าหนักแต่ละครั้ง มี 3 จังหวะ คือ
  • หน่วง เป็นการลงน้าหนักเบา เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรู้ตัว ไม่เกร็งรับการนวด
  • เน้น ลงน้าหนักเพิ่มขึ้นบนตำแหน่งที่ต้องการกด
  • นิ่ง ลงน้าหนักมาก และกดนิ่งไว้พร้อมกับกำหนดลมหายใจสั้นยาวตามต้องการ การลงน้าหนักเพิ่มขึ้นที่ละน้อย ทาให้กล้ามเนื้อสามารถปรับตัวรับน้าหนักได้ ทาให้ไม่เจ็บหรือเจ็บป่วยมากขึ้น การลงน้าหนักมากตั้งแต่เริ่มกด จะทาให้กล้ามเนื้อเกร็งรับทันที และอาจทาให้ตำแหน่งที่กดคลาดเคลื่อนไปและผู้ถูกนวดจะเจ็บมากหรือระบมได้เช่นกัน
หมอนวดที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี โดยการฝึกท่า ยกกระดาน หรือ ฝึกกำลังนิ้วให้แข็งแรง จะมีกำลังนิ้วที่สามารถกด นวดได้แม่นยำใน ตำแหน่งที่กด ถูกทิศทางตามที่ต้องการ

การกำหนดลมหายใจ

ผู้นวดจะต้องฝึกหายใจเข้าออกให้สัมพันธ์กับการลงน้ำหนัก โดยทั่วไปการลงน้ำหนักควรกดลงไปขณะผู้ที่ถูกนวดหายใจออก ซึ่งเป็นขณะที่ร่างกายผ่อนคลาย
  • คาบน้อย คือ หายใจเข้าออกปกติ 1 ครั้ง เป็นการสูดลมหายใจประมาณ 10 วินาที ส่วนใหญ่ใช้กับการนวดพื้นฐานต่าง ๆ
  • คาบใหญ่ คือ การหายใจเข้าลึก หายใจออกยาว 1 ครั้ง เป็นการสูดลมหายใจประมาณ 15-20 วินาที ส่วนใหญ่ใช้กับการนวดรักษาโรค และการเปิดประตูลม แต่การเปิดประตูลมมักจะใช้คาบใหญ่ 3 ครั้ง หรือ 45 วินาที โดยประมาณ

ระยะเวลาการนวด

การนวดนานเพียงใดขึ้นกับลักษณะของโรค ระยะเวลาที่เป็น และลักษณะของผู้ถูกนวด การกดโดยใช้ระยะเวลาสั้นเกินไปอาจทำให้การรักษาจะไม่ได้ผล การกดนานเกินไปอาจทำให้มือผู้นวด และตำแหน่งที่ถูกนวดระบมได้

การกำหนดองศามาตราส่วน

องศามาตราส่วน หรือท่านวดและการวางมือ เป็นการวางท่านวดของผู้นวดให้เหมาะสมกับผู้ถูกนวดและตำแหน่งที่นวด เพื่อให้ใช้แรงที่กดนั้นลงตามจุดและมีน้าหนักเพียงพอที่จะรักษาโรค ซึ่งการวางมือ การวางเท้า การนั่งของผู้นวดต้องเหมาะสมกับมือที่กดลงบนผู้ป่วย เรียกได้ว่าเป็นสัดส่วนองศาและทิศทางในการนวด โดยทั่วไปแล้วขณะที่นวดแขนจะเหยียดตรง เพื่อลงน้าหนักตามแขนลงไปสู่นิ้วที่นวด หากมีการงอแขนอาจทาให้น้าหนักลงไม่ตรงจุดแม้จะใช้น้ำหนักมากและทำให้การรักษาได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผลเลย ซึ่งในการนวดแบบราชสำนักได้ให้แนวทางการนวดว่า “แขนตึง หน้าตรง องศาได้”

นอกจากนี้ การนวดแผนไทยที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 


cr: สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข, 2547

เทคนิคการนวดแผนไทยคุณภาพ

 
 
 

การนวดไทยดีต่อสุขภาพ  

          ประโยชน์ของ การนวดไทย ดีต่อสุขภาพองค์รวมที่ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายดังนี้

 
2. การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่บวมลดลง แต่ไม่ควรนวดบริเวณที่มีการอักเสบอาจทาให้บวมมากขึ้น
3. ทาให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย คลายความเกร็ง
4. ทำให้ผังพืดอ่อนตัวลง ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นดีขึ้น และอาการเจ็บปวดลดลง
5. ทำให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังมากขึ้น ทำให้ผิวหนังเต่งตึง
6. เพิ่มความตึงตัวของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ กระเพาะอาหาร และลำไส้
7. เกิดการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร ท้องไม่อืดไม่เฟ้อ
8. ช่วยให้ผ่อนคลาย คลายเครียด สบายใจ
9. ทำให้รู้สึกแจ่มใส กระฉับกระเฉง
10. ทำให้จิตใจอบอุ่น มั่นคง จากการสัมผัส ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครอบครัวหากได้ทำการนวดต่อกัน

          ประโยชน์ต่อการรักษาและบรรเทาโรค

กลุ่มอาการที่รักษาด้วย การนวดไทย

1. เจ็บ ปวด บวม ขัดยอก
2. ความพิการผิดรูป ขาโก่ง เดินกะเผลก
3. กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง หรือกล้ามเนื้่ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต
4. ภาวะข้ออักเสบ ข้อยึดติดแข็ง ข้อเคลื่อน
5. ภาวะกระทบจิตใจ

นอกจากนี้ การนวดไทย ยังมีประโยชน์ต่าง ๆ อีกมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยตรง อาทิ การรักษาไมเกรน ปวดศีรษะ การรักษาโรคออฟฟิสซินโดรม ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการรักษาของแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญและผู้ป่วยที่รับการนวด

          อนึ่ง การนวดแผนไทย ที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 

cr: สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข, 2547

ประโยชน์ของการนวดต่อสุขภาพ

 
 

ข้อควรระวัง ข้อห้าม และข้อพึงปฎิบัติในการนวด

ข้อควรระวัง และข้อห้ามในการนวด

  1. ในกรณีที่ นวดท้อง ไม่ควรนวดผู้ที่รับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ (ไม่เกิน 30 นาที )
  2. ไม่ควรให้เกิดการฟกช้ำมากเกินไป หรือมีอาการอักเสบซ้ำซ้อน
  3. กรณีผู้สูงอายุซึ่งมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ต้องระมัดระวังในการนวด
  4. ควรตรวจวัดความดันโลหิตสูง สำหรับผู้สูงเกินวัดเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท ไม่ควรนวด หรือควรพักให้ความดันลดลงก่อน
  5. ไม่ควรนวดผู้ที่มีอาการอักเสบติดเชื้อ หรือมีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวด บวม แดงร้อน
  6. ไม่ควรนวดผู้ที่หลังได้รับประสบอุบัติเหตุใหม่ๆ ควรให้การช่วยเหลือขั้นต้น และตรวจวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ หากเกินความสามารถ ควรประสานความร่วมมือกับแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อส่งต่อผู้่ป่วยตามสมควร
  7. ข้อห้ามหรือข้อควรระวังอื่น ๆ ที่กล่าวไว้เฉพาะแต่ละโรคหรืออาการ ต่าง ๆ
  8. ผู้ที่มีข้อต่อหลวม กระดูกพรุน ต้องระมัดระวังในการนวด
  9. สตรีมีครรภ์ ควรนวดด้วยความระมัดระวัง
  10. ห้ามนวดผู้ที่ใส่อวัยวะเทียมหลังผ่าตัดกระดูก

ข้อพึงปฏิบัติหลังการนวด

1. คำแนะนำสำหรับผู้นวด

  • หากผู้นวดมีอาการปวดนิ้วมือ
  • ให้แช่มือในน้าอุ่นเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  • หรือใช้ผ้าชุบน้าอุ่นประคบมือ และนวดคลึงบริเวณเนินกล้ามเนื้อฝ่ามือและรอบข้อนิ้วมือ

2. คำแนะนำสำหรับผู้ถูกนวด

  • งดอาหารแสลง เช่น อาหารมัน อาหารทอด หน่อไม้ ข้าวเหนียว เครื่องในสัตว์ เหล้า เบียร์ ของหมักดอง
  • ห้าม สลัด บีบ ดัด ส่วนที่มีอาการเจ็บปวด
  • ท่ากายบริหารเฉพาะโรคหรืออาการ
  • คำแนะนำอื่นๆ เช่น หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นมูลเหตุเกิดโรค
นอกจากนี้ การนวดแผนไทยที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 

 

ข้อควรระวังและข้อปฎิบัติในการนวด

 

นวดแผนไทย

 
          การนวดแผนไทย หรือ หัตถเวชกรรมไทย เป็นการรักษาดูแลสุขภาพทด้วยวิถึไทยมาแต่โบราณกาล เป็นภูมิปัญญาของคนไทยที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษนับแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จนมาถึงปัจจุบัน โดยการบอกต่อปากต่อปาก เป็นการสอนตัวต่อตัว โดยเชื่อว่าการนวดมีจุดเริ่มต้นมาจากการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ กันเองภายในครอบครัว เช่น ภรรยานวดสามี สามีนวดภรรยา ลูกหลานนวดให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จนเกิดประสบการณ์และความชำนาญจึงพัฒนาเป็นการนวดบำบัดช่วยเหลือบรรเทารักษาอาการเจ็บปวดของเพื่อนบ้าน จนได้รับความนิยมและเชื่อถือมีการพัฒนาการนวดไทย เป็นการให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อการดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว ช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัวและชุมชน และมี ประโยชน์ต่อระบบสุขภาพส่่วนบุคคล มากมาย

          การนวดไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

         1. การนวดไทยแบบทั่วไป (แบบเชลยศักดิ์)

          หมายถึง การนวดแบบสามัญชน มีการสืบทอด ฝึกฝนแบบแผนการนวดตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหมาะสมมากสาหรับชาวบ้านที่มีการนวดกันเองโดยใช้สองมือและอวัยวะส่วนอื่นนวดรักษาบำบัดโดยไม่ต้องใช้ยาการนวดแบบเชลยศักดิ์เป็นการนวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นการสอนแบบสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ ตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ในแต่ละท้องถิ่นอาจมีวิธีการนวดแตกต่างกัน

          2. การนวดไทยแบบราชสำนัก

          หมายถึง การนวดเพื่อถวายกษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงของในพระราชวัง เป็นการนวดด้วยท่าที่สุภาพนิ่มนวลมากกว่า การนวดแบบเชลยศักดิ์ และวิธีการนวดที่แตกต่างกัน อันมีสิ่งสำคัญที่ผู้นวดจะต้องยึดถือปฎิบัตินับเป็นศาสตร์และศิลป์เฉพาะตัว โดยผู้นวดจะต้องมี ศีลประจำหมอ เพื่อการรักษาที่จะส่งผลอันดีต่อผู้่รักษาและผู้รับการนวด
 
          นอกจากนี้ การนวดแผนไทยที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 
 
 

แนวคิดทฤษฎีนวดแผนไทย

 
 


 หลักทั่วไปของการนวดแผนไทย

การเตรียมตัวของผู้นวด

การฝึกกำลังนิ้ว

เพื่อให้นิ้วมือมีกำลังแข็งแรง จะได้มีกำลังเพียงพอ มือไม่สั่นไม่อ่อนแรง กดได้ตรงเป้าหมายในการรักษาและได้ผลรวดเร็ว สามารถทำได้โดยฝึกซ้อม ยกกระดาน ทุกวัน ด้วยการนั่งขัดสมาธิเพชรและหย่งมือเป็นรูปถ้วยวางไว้ข้างลำตัว แล้วยกตัวให้พ้นจากพื้น หรือ ใช้การฝึกโดยบีบขี้ผึ้งจนอ่อนตัว

การรักษาสุขภาพ

ผู้นวดจะต้องรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอทั้งกายและใจ หมั่นออกกาลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ถ้ารู้สึกว่าไม่สบายหรือมีไข้ไม่ควรทาการนวดเพราะนอกจากการนวดจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรแล้วยังอาจแพร่โรคให้กับผู้ถูกนวดได้ และเล็บมือควรตัดให้สั้นอันเป็นการดูแลสุขอนามัยที่ดี และสะดวกต่อการนวด

มารยาทในขณะทำการนวด

  1. ก่อนทำการนวด ผู้นวดควรสำรวมจิตใจให้เป็นสมาธิ ระลึกถึงคุณครูอาจารย์ สำหรับการนวดแบบราชสำนักจะมีการยกมือไหว้ผู้ถูกนวด เพื่อเป็นการขอขมาที่ล่วงเกินบนร่างกาย
  2. ขณะนวด ควรนั่งห่างจากผู้ถูกนวดพอสมควรในด้านที่จะทำการนวดไม่ควรคร่อมตัวผู้ถูกนวด สำหรับการนวดแบบราชสำนัก จะเดินเข่าเข้าหาผู้ถูกนวดอย่างน้อย 4 ศอก และนั่งห่างจากผู้ถูกนวดประมาณ 1 ศอก และจับชีพจรดูลมเบื้องสูงกับลมเบื้องต่ำ
  3. ขณะนวด ไม่ควรก้มหน้าจะทำให้หายใจรดผู้ถูกนวด ซึ่งใน การนวดแบบราชสำนัก ได้มีคำกล่าวไว้ว่า “แม้ลมหายใจก็ไม่ให้รดพระวรกาย” ขณะทำการนวดจึงมักจะหันหน้าตรงไปข้างหน้า โดยไม่ก้มหน้า และไม่เงยหน้ามองฟ้า อันเป็นการแสดงความไม่เคารพ
  4. ขณะทำการนวด ห้ามกินอาหารหรือสิ่งใดๆ และระมัดระวังการพูดที่อาจทำให้ผู้ถูกนวดตกใจ สะเทือนใจ หรือหวาดกลัว ควรซักถามและสังเกตอาการอยู่เสมอ ควรหยุดเมื่อผู้ถูกนวดขอให้พัก หรือเจ็บปวดจนทนไม่ไหว

นอกจากนี้ การนวดแผนไทย ควรคำนึงถึงการนวดที่ดีมีผลต่อการรักษาสุขภาพและ ประโยชน์ของการนวด อันเป็นสิ่งสำคัญของการนวด และองค์ประกอบอื่น ๆ ดังนี้
 
 
 

หลักทั่วไปการนวดแผนไทย

 
 

นวดไทยเพิ่มความงาม 

 
ประโยชน์ของการนวดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย มาจาก การนวดด้วยท่านวดและวิธีการนวดที่ถุกต้อง ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายที่กำหนด จะส่งผลต่อระบบภายในร่างกาย ดังนี้ 

4. ระบบผิวหนัง

ผิวหนัง (ตโจ) จัดเป็นระบบปกคลุมร่างกายภายนอกทั่วไป ประกอบด้วยหนังกำพร้า หนังแท้ ต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ และขน มีหน้าที่สำคัญของผิวหนังคือห่อหุ้มร่างกาย ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ขับเหงื่อ ขับไขมัน ช่วยหล่อเลี้ยงผิวหนัง รักษาอุณหภูมิของร่างกาย นอกจากนี้ยังรับรู้สัมผัสต่างๆ ที่ผิวหนัง เช่น ความร้อน, ความเย็น, ความเจ็บปวด, การสัมผัสและแรงกด โดยอาศัยตัวรับความรู้สึกของระบบประสาทที่อยู่ใต้ผิวหนัง
การนวด มีผลทำให้การไหลเวียนของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้น ทำให้อุณหภูมิที่ผิวหนังเพิ่มขึ้น มีผลกระตุ้นการขับเหงื่อและไขมัน ลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัด ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและกระชับกว่าเดิม จึงทำให้เป็นการเสริมความงาม ช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส แลดูมีน้ำมีนวล

5. ระบบย่อยอาหาร

ระบบย่อยอาหาร (อุทรียังและกรีสัง) ทำหน้าที่ในการย่อยอาหาร ดูดซึมอาหารที่ย่อยแล้วเข้าสู่ร่างกายและขับถ่ายกากอาหารออกจากร่างกายในรูปของอุจจาระ อวัยวะในระบบย่อยอาหารประกอบด้วย ปาก คอหอยหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก สำไส้ใหญ่ ไส้ตรง และทวารหนัก นอกจากนี้ยังมีอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร ได้แก่ ลิ้น ฟัน ต่อมน้าลาย ตับ ตับอ่อน และถุงน้าดี อาหารจะผ่านเข้าสู่ร่างกายตั้งแต่ปาก ผ่านลงมาในหลอดอาหารมาที่กระเพาะอาหารและลำไส้ จนสุดท้ายกลายเป็นกากอาหารออกไปจากร่างกายทางทวารหนัก




การนวดไทย ทำให้อวัยวะภายในช่องท้องมีการเคลื่อนไหว กระเพาะอาหารและลำไส้มีการบีบตัว ทำให้การย่อยอาหาร การดูดซึมอาหารได้ดี ระบบขับถ่ายปกติ ลดอาการท้องผูก ตามโบราณเรียก เถาดานพรรดึก ระบบการย่อยอาหารเป็นระบบที่สำคัญในการหล่อเลี้ยงร่างกาย การนวดจึงเป็นวิธีหนึ่งที่กระตุ้นการทำงานของระบบการย่อยอาหาร แต่ต้องนวดด้วยการบรรจง แต่งรสมือ และไม่ควรนวดผู้ป่วยหลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ ร่างกายที่มีระบบการชับถ่ายที่ดี จะทำให้ของเสียภายในร่างกายหมดไป และช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสเพิ่มความงามได้
 
การนวดไทย ที่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ได้แก่
 
4. ระบบผิวหนัง
5. ระบบย่อยอาหาร
6. ระบบกระดูก
7. ระบบอวัยวะสืบพันธุ์

 

นวดไทยเพิ่มความงาม

 

 ข้อห้าม และข้อควรระวัง สำหรับการนวด 

  1. ในกรณีที่ นวดท้อง ไม่ควร นวดผู้ที่รับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ (ไม่เกิน 30 นาที )
  2. ไม่ควร ให้เกิดการฟกช้ำมากเกินไป หรือมีอาการอักเสบซ้ำซ้อน
  3. กรณีผู้สูงอายุซึ่งมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ต้องระมัดระวังในการนวด
  4. ควรตรวจวัดความดันโลหิตสูง สำหรับผู้สูงเกินวัดเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท ไม่ควร นวดหรือควรพักให้ความดันลดลงก่อน *
  5. ไม่ควร นวดผู้ที่มีอาการอักเสบติดเชื้อ หรือมีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวด บวม แดงร้อน**
  6. ไม่ควร นวดผู้ที่หลังได้รับประสบอุบัติเหตุใหม่ๆ ควรให้การช่วยเหลือขั้นต้น และตรวจวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ หากเกินความสามารถ ควรประสานความร่วมมือกับแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อส่งต่อผู้่ป่วยตามสมควร
  7. ข้อห้าม หรือ ข้อควรระวัง อื่น ๆ ที่กล่าวไว้เฉพาะแต่ละโรคหรืออาการ ต่าง ๆ
  8. ผู้ที่มีข้อต่อหลวม กระดูกพรุน ต้องระมัดระวังในการนวด
  9. สตรีมีครรภ์ควรนวดด้วยความระมัดระวัง
  10. ห้ามนวด ผู้ที่ใส่อวัยวะเทียมหลังผ่าตัดกระดูก
  11. สำหรับผู้ได้รับการผ่าตัดมา ไม่ควร นวดบริเวณที่ได้รับการผ่าตัดใหม่ ๆ ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 1 ปีก่อน 

โรคที่ห้ามนวด

  1. มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส **
  2. ไข้พิษ ไข้กาฬ อีสุกอีใส งูสวัด เริม
  3. โรคผิวหนัง ที่สามารถติดต่อได้
  4. โรคติดต่อ เช่น วัณโรค
  5. โรคความดันโลหิตสูง (ควรวัดความดันโลหิตก่อน ตามข้างต้นและนวดด้วยความระมัดาะวัง *)
  6. โรคหัวใจ ทุกประเภท (ควรนวดด้วยความระมัดาะวังในบางกรณี)

ข้อห้ามสำหรับการนวด

 
 
 

 การนวดจุดสัญญาณ ฉบับราชสำนัก 

สัญญาณ คือ จุดหรือตำแหน่งสำคัญที่อยู่บนแนวเส้นพื้นฐาน ซึ่งสามารถจ่ายเลือด บังคับเลือดจ่ายความร้อน บังคับความร้อนไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกายในการรักษาโรคตามพิกัดทางหัตถเวช
การนวดจุดสัญญาณฉบับราชสำนัก มีตำแหน่งการกดจุดสัญญาณต่าง ๆ ที่สำคัญภายในร่างกายอยู่ 12 ตำแหน่ง รวม 50 จุดใหญ่ ๆ หรือจุดแม่ และมีจุดสัญญาณน้อย หรือจุดลูกในบริเวณใกล้เคียงกัน อันเป็นจุดร่วม ใน การนวดพื้นฐาน ซึ่งทาง แพทย์แผนไทย ได้กำหนดตำแหน่งบริเวณเพื่อรักษาโรคไว้เช่นกัน

จุดสัญญาณหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้

  1. จุดสัญญาณศีรษะด้านหน้า  5 จุดสัญญาณหลัก
  2. จุดสัญญาณศีรษะด้านหลัง  5 จุดสัญญาณหลัก
  3. จุดสัญญาณหัวไหล่  5 ดสัญญาณหลัก
  4. จุดสัญญาณหลัง  5 จุดสัญญาณหลัก
  5. จุดสัญญาณแขนด้านใน  5 จุดสัญญาณหลัก
  6. จุดสัญญาณแขนด้านนอก  5 จุดสัญญาณหลัก
  7. จุดสัญญาณท้อง  5 จุดสัญญาณหลัก
  8. จุดสัญญาณขาด้านใน  5 จุดสัญญาณหลัก
  9. จุดสัญญาณขาด้านนอก  5 จุดสัญญาณหลัก
  10. จุดสัญญาณเข่า  3 จุดสัญญาณหลัก

การนวดกดจุดสัญญาณ ฉบับราชสำนัก มีท่านวดดังนี้

  • ท่านอน

  1. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง **
  2. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง (รวมเอว – สะโพก)
  3. การนวดกดจุดสัญญาณท้อง
  4. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านนอก **
  5. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านใน **
  6. การนวดกดจุดสัญญาณขา ด้านนอก
  7. การนวดกดจุดสัญญาณขา ด้านใน
  8. การนวดกดจุดสัญญาณเข่า *
  9. การนวดกดจุดสัญญาณข้อเท้า *
  10. การนวดกดจุดสัญญาณข้อนิ้วเท้า * 
  • ท่านั่ง

  1. การนวดกดจุดสัญญาณศีรษะ ด้านหน้า *
  2. การนวดกดจุดสัญญาณศีรษะ ด้านหลัง *
  3. การนวดกดจุดสัญญาณจุดจอมประสาท *
  4. การนวดกดจุดสัญญาณหู *
  5. การนวดกดจุดสัญญาณหัวไหล่ *
  6. การนวดกดจุดสัญญาณหลัง สัญญาณ 4 สัญญาณ 5 **
  7. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านนอก **
  8. การนวดกดจุดสัญญาณแขน ด้านใน **
  9. การนวดกดจุดสัญญาณข้อมือ *
  10. การนวดกดจุดสัญญาณใจกลางฝ่ามือ *
  11. การนวดกดจุดสัญญาณข้อนิ้วมือ
หมายเหตุ:
*
** ท่านวดมีในท่านั่ง และท่านอน

การนวดแผนไทย ก่อนเริ่ม การนวดพื้นฐาน หรือการนวดจุดสัญญาณ ผู้นวดจะเริ่มนวดด้วย วิธีการนวดพื้นฐานแบบราชสำนัก ตามลำดับวิธีการรักษาที่กำหนด หากผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้อตึงแข็งมาก อาจจำเป็นต้อง นวดประคบ อบสมุนไพร หรือ การนวดประคบน้ำร้อน ก่อนหรือหลังการนวด ขึ้นอยู่กับแพทย์แแผนไทย ผู้แนะนำรักษาตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ การนวดแผนไทย ที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 

  

การนวดจุดสัญญาณฉบับราชสำนัก