แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชมรมแพทย์แผนไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชมรมแพทย์แผนไทย แสดงบทความทั้งหมด
 

นวดแผนไทย

 
          การนวดแผนไทย หรือ หัตถเวชกรรมไทย เป็นการรักษาดูแลสุขภาพทด้วยวิถึไทยมาแต่โบราณกาล เป็นภูมิปัญญาของคนไทยที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษนับแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จนมาถึงปัจจุบัน โดยการบอกต่อปากต่อปาก เป็นการสอนตัวต่อตัว โดยเชื่อว่าการนวดมีจุดเริ่มต้นมาจากการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ กันเองภายในครอบครัว เช่น ภรรยานวดสามี สามีนวดภรรยา ลูกหลานนวดให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จนเกิดประสบการณ์และความชำนาญจึงพัฒนาเป็นการนวดบำบัดช่วยเหลือบรรเทารักษาอาการเจ็บปวดของเพื่อนบ้าน จนได้รับความนิยมและเชื่อถือมีการพัฒนาการนวดไทย เป็นการให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อการดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว ช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัวและชุมชน และมี ประโยชน์ต่อระบบสุขภาพส่่วนบุคคล มากมาย

          การนวดไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

         1. การนวดไทยแบบทั่วไป (แบบเชลยศักดิ์)

          หมายถึง การนวดแบบสามัญชน มีการสืบทอด ฝึกฝนแบบแผนการนวดตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหมาะสมมากสาหรับชาวบ้านที่มีการนวดกันเองโดยใช้สองมือและอวัยวะส่วนอื่นนวดรักษาบำบัดโดยไม่ต้องใช้ยาการนวดแบบเชลยศักดิ์เป็นการนวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นการสอนแบบสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ ตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ในแต่ละท้องถิ่นอาจมีวิธีการนวดแตกต่างกัน

          2. การนวดไทยแบบราชสำนัก

          หมายถึง การนวดเพื่อถวายกษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงของในพระราชวัง เป็นการนวดด้วยท่าที่สุภาพนิ่มนวลมากกว่า การนวดแบบเชลยศักดิ์ และวิธีการนวดที่แตกต่างกัน อันมีสิ่งสำคัญที่ผู้นวดจะต้องยึดถือปฎิบัตินับเป็นศาสตร์และศิลป์เฉพาะตัว โดยผู้นวดจะต้องมี ศีลประจำหมอ เพื่อการรักษาที่จะส่งผลอันดีต่อผู้่รักษาและผู้รับการนวด
 
          นอกจากนี้ การนวดแผนไทยที่จะทำการรักษาได้ผลดี จะต้องคำนึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน
 
 
 

แนวคิดทฤษฎีนวดแผนไทย

 
 

 การนวดแบบราชสำนัก

          การนวดแบบราชสำนัก หมายถึง การนวดเพื่อถวายกษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงในพระราชวัง จึงมีการนวดด้วยท่าที่สุภาพ เน้นการใช้นิ้วมือและฝ่ามือเท่านั้น รวมถึงเน้นบุคลิกของหมอเป็นหลัก และคำนึงถึงความสวยงามในท่วงท่าการนวดและลงน้ำหนักในทิศทางของแรงอย่างถูกต้อง หน่วง เน้น นิ่ง
มีความนุ่มนวล แต่มีพลังในการนวด สิ่งสาคัญคือ ต้องคำนึงถึง องศามาตราส่วนในการนวด หากปฏิบัติไม่ถูกต้องจะทำให้ผู้นวดปวดเมื่อยแก่ตัวเองได้ การนวดจะนวดด้วยความระมัดระวังมากกว่า การนวดแบบเชลยศักดิ์ อันเป็น การนวดไท อีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้รักษาควบคู่กับสังคมไทย

          การนวดพื้นฐานแบบราชสำนัก เป็นการนวดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณที่จะทำการรักษา (จุดเน้น) แต่ละจุดมากขึ้น สำหรับการรักษาแต่ละบริเวณ เช่น ข้อเท้า หลัง ไหล่ และบ่า เป็นค้น ถือเป็นการเตรียม หรือ warm up ร่างกายของผู้ถูกนวดทำให้ได้รับการกระตุ้นเส้นประสาทให้มีการตี่นตัวจากการนวดรักษา แล้วจึง นวดกดจุดสัญญาณ เป็นลำดับถัดไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ แพทย์แผนไทย ผู้รักษา
 
          วิธีการนวด
 
          ก่อนที่จะเริ่มต้นการนวด ผู้นวดจะต้องปฏิบัติตามระเบียบราชสำนัก คือ
  1. การเดินเข่า เริ่มต้นเมื่อห่างจากผู้ถูกนวด 4 ศอก ผู้นวดจะต้องเดินเข่าเข้าหาผู้ป่วยที่นอนอยู่บนพื้นเมื่ออยู่ห่างผู้ป่วยราว 1-2 ศอกจึงนั่งพับเพียบและคารวะขออภัยผู้ป่วย
  2. การนั่งพับเพียบ โดยปลายเท้าชี้ลงไปทางเดียวกับปลายเท้าของผู้รับการบำบัดเมื่อผู้บำบัดเดินเข่าเข้ามาหาผู้ถูกนวดจนอยู่ระยะห่างประมาณ 1 ศอก หรือ 1 หัตถบาท
  3. การยกมือไหว้ เพื่อขอโทษที่ถูกเนื้อต้องตัวผู้ถูกนวด และเป็นการรำลึกถึงครูบาอาจารย์ผู้สั่งสอนวิชา หรือการตั้งจิตอธิษฐานในการนวด
  4. การจับชีพจรที่ข้อมือและหลังเท้าข้างเดียวกัน หลังจากนั้นหมอจะคลำชีพจรที่ข้อมือ และหลังเท้าข้างเดียวกัน เพื่อตรวจดูอาการของโรค ดูลมเบื้องสูงและลมเบื้องต่ำ (สังเกต เปรียบเทียบ ประเมินอาการ พร้อมวินิจฉัยโรค) แล้วจึงเริ่มนวด คล้ายกับการนวดแบบทั่วไป ต่างกันที่ตำแหน่งการวางมือและองศาที่แขนของผู้นวดซึ่งต้องกระทำอย่างสุภาพยิ่ง  
   
  
 
          การนวดแบบราชสำนัก จึงพิจารณาถึงผู้เรียนอย่างประณีตถี่ถ้วน การสอนมีขั้นตอน การนวดที่สุภาพ มีการนวดมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ เช่น การนวดพื้นฐาน และ การนวดกดจุดสัญญาณ ต่าง ๆ ตามร่างกาย

          นอกจากนี้ การนวดแผนไทยแบบราชสำนัก ควรคำนึงถึงการนวดที่ดีมีผลต่อการรักษาสุขภาพและ ประโยชน์ของการนวด อันเป็น หลักทั่วไปของการนวด และองค์ประกอบอื่น ๆ ดังนี้

>> สิ่งสำคัญของการนวดแบบราชสำนัก
 
 

การนวดไทยแบบราชสำนัก

 
 


 หลักทั่วไปของการนวดแผนไทย

การเตรียมตัวของผู้นวด

การฝึกกำลังนิ้ว

เพื่อให้นิ้วมือมีกำลังแข็งแรง จะได้มีกำลังเพียงพอ มือไม่สั่นไม่อ่อนแรง กดได้ตรงเป้าหมายในการรักษาและได้ผลรวดเร็ว สามารถทำได้โดยฝึกซ้อม ยกกระดาน ทุกวัน ด้วยการนั่งขัดสมาธิเพชรและหย่งมือเป็นรูปถ้วยวางไว้ข้างลำตัว แล้วยกตัวให้พ้นจากพื้น หรือ ใช้การฝึกโดยบีบขี้ผึ้งจนอ่อนตัว

การรักษาสุขภาพ

ผู้นวดจะต้องรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอทั้งกายและใจ หมั่นออกกาลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ถ้ารู้สึกว่าไม่สบายหรือมีไข้ไม่ควรทาการนวดเพราะนอกจากการนวดจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรแล้วยังอาจแพร่โรคให้กับผู้ถูกนวดได้ และเล็บมือควรตัดให้สั้นอันเป็นการดูแลสุขอนามัยที่ดี และสะดวกต่อการนวด

มารยาทในขณะทำการนวด

  1. ก่อนทำการนวด ผู้นวดควรสำรวมจิตใจให้เป็นสมาธิ ระลึกถึงคุณครูอาจารย์ สำหรับการนวดแบบราชสำนักจะมีการยกมือไหว้ผู้ถูกนวด เพื่อเป็นการขอขมาที่ล่วงเกินบนร่างกาย
  2. ขณะนวด ควรนั่งห่างจากผู้ถูกนวดพอสมควรในด้านที่จะทำการนวดไม่ควรคร่อมตัวผู้ถูกนวด สำหรับการนวดแบบราชสำนัก จะเดินเข่าเข้าหาผู้ถูกนวดอย่างน้อย 4 ศอก และนั่งห่างจากผู้ถูกนวดประมาณ 1 ศอก และจับชีพจรดูลมเบื้องสูงกับลมเบื้องต่ำ
  3. ขณะนวด ไม่ควรก้มหน้าจะทำให้หายใจรดผู้ถูกนวด ซึ่งใน การนวดแบบราชสำนัก ได้มีคำกล่าวไว้ว่า “แม้ลมหายใจก็ไม่ให้รดพระวรกาย” ขณะทำการนวดจึงมักจะหันหน้าตรงไปข้างหน้า โดยไม่ก้มหน้า และไม่เงยหน้ามองฟ้า อันเป็นการแสดงความไม่เคารพ
  4. ขณะทำการนวด ห้ามกินอาหารหรือสิ่งใดๆ และระมัดระวังการพูดที่อาจทำให้ผู้ถูกนวดตกใจ สะเทือนใจ หรือหวาดกลัว ควรซักถามและสังเกตอาการอยู่เสมอ ควรหยุดเมื่อผู้ถูกนวดขอให้พัก หรือเจ็บปวดจนทนไม่ไหว

นอกจากนี้ การนวดแผนไทย ควรคำนึงถึงการนวดที่ดีมีผลต่อการรักษาสุขภาพและ ประโยชน์ของการนวด อันเป็นสิ่งสำคัญของการนวด และองค์ประกอบอื่น ๆ ดังนี้
 
 
 

หลักทั่วไปการนวดแผนไทย