การอบสมุนไพร
การอบสมุนไพร เป็นการอบตัวด้วยไอน้าที่ได้จากการต้มสมุนไพร เป็นวิธีการบำบัดอย่างหนึ่งที่ใช้กันมานาน คือการใช้ "ความร้อนบำบัด" การอบสมุนไพรเป็นกรรมวิธีในการรักษาสุขภาพอนามัยแบบโบราณ เดิมที การอบสมุนไพร จะใช้ในหมู่สตรีที่คลอดลูกใหม่ ๆ ที่ชาวอีสานเรียกว่า "อยู่กรรม" ซึ่งจะต้องอาบน้ำร้อน ดื่มน้าร้อนที่เป็นน้าต้มสมุนไพร และนอนย่างไฟบนแคร่ไม้ไผ่ที่ปูรองพื้นด้วยสมุนไพร เช่น ใบหนาด ใบเป้า การอบสมุนไพร ถือว่าเป็นการช่วยล้างพิษ หรือของเสียออกจากร่างกายโดยผ่านทาง เหงื่อ ซึ่ง ผิวหนัง ของคนเราจะเป็นส่วนที่กว้างที่สุด ดังนั้น การขับสารพิษส่วนเกินออกทางเหงื่อจึงได้ผลดีมาก เวลาที่ร่างกายสัมผัสความร้อนจะทาให้เส้นเลือดที่ผิวหนังขยายตัว ระบบการไหลเวียนเลือด จะดีขึ้น รวมทั้งช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจทำให้หายใจสะดวกขึ้น
ข้อควรปฏิบัติในการอบสมุนไพร
1. ก่อนอบควรล้างตัวเอาสิ่งสกปรกที่ติดมาออกก่อน2. นั่งในห้องอบในท่าผ่อนคลาย ไม่เกร็งตัว
3. ให้ไอน้าสัมผัสทั่วทั้งตัวอย่างสม่าเสมอ
4. ใช้เวลาอบแต่ละครั้งไม่เกิน 10-15 นาที ออกมาพัก 15 นาที ไม่ควรเกิน 3 รอบ ควรเว้นช่วงการอบห่าง
กันไม่น้อยกว่า 5-7 วัน
5. หลังอบเสร็จแล้ว ควรซับตัวให้แห้งและนั่งพักในที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ควรนั่งผึ่งลม ประมาณ 20-30 นาที
จึงอาบน้า
6. หลังอบ ควรดื่มน้าไม่ควรเป็นน้าเย็นจัด
7. ขณะอบหากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ หายใจไม่ออก อาเจียน ฯลฯ ควรหยุดอบทันที
สมุนไพรที่ใช้อบ
การอบสมุนไพร จะใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนัง ปวดเมื่อย เช่น ไพล, ขมิ้น สมุนไพรที่มีสรรพคุณ ใช้ชะล้างสิ่งสกปรกให้กับผิวหนัง เช่น ใบมะขาม ใบ, ฝักส้มป่อย สารประกอบที่ระเหยได้ แก้ปวดเมื่อย บารุงหัวใจ เช่น การบูร, พิมเสน สมุนไพรรักษาเฉพาะโรค ใช้รักษาโรคผิวหนัง เช่น เหงือกปลาหมอ รางจืด ว่านน้ำ ฯลฯอนึ่ง การรักษาผู้ป่วยด้วยการนวดไทย นอกจากจะมีการอบสมุนไพรควบคู่ในการรักษาแล้ว อาจนำ การประคบร้อน หรือ การประคบสมุนไพร ร่วมในการรักษาด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์แผนไทย


