แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thai massage therapy แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thai massage therapy แสดงบทความทั้งหมด

กดจุดนวดไทยรักษาโรคลมปราบ  

โรคลมปราบ เป็นโรคทางโบราณ ถือว่ามาจากลมเพลมพัด หรือถูกของ และเป็นโรคที่เกี่ยวกับกล้้ามเนื้อ พบได้ที้ี่กล้้ามเนืื้อแขน ขา อก และหลัง

ลักษณะอาการโรคลมปราบ 

มีอาการปวดแปลบ ๆ ตามกลา้ามเนื้อ บริเวณที่เปน็นจะบวมกำเริบแรงอยู่ประมาณ 3 วัน และจะมีอาการรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ถ้าไม่ได้รับการรักษา แลว้ กลา้ มเนื้อนั้น จะลีบ เล็ก เหลว ประสาทความรูสึ้กสัมผัสจะไม่ค่อยมี จะหายไปพร้อมกับกล้ามเนื้อนั้นลีบเล็กลง ที่พบบ่อยจะเป็นตามกล้ามเนื้อแขน ขา ลิ้นหลัง หนา้ อก

หลักการรักษา

นวดจุดที่ให้ความร้อนของสัญญาณแม ? ทั้ง 5 ในสว่นที่เปน็ และสัญญาณลูกที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำความร้อนจากส่วนอื่นๆ เข้าไปช่วยรักษากล้ามเนือทีเป็นลมปราบ

โรคลมปราบที่ขา

ลักษณะอาการโรค มีอาการปวดบวมแดงร้อน เจ็บเสียวแปล็บๆ ตามกลา้ามเนื้อขา พออาการปวดทุเลาลง หรือรักษาไม่ถูกต้อง กล้ามเนื้อขา จะลีบเล็กลง แข็งเป็นไต ปลายประสาทรับความรู้สึกจะเสีย

ข้อแนะนำ

1. ประคบร้อนชื้น
2. งดอาหารแสลง
3. ทำท่าบริหารเฉพาะส่วน ยืนเขย่งปลายเท้า
4. นั่งยองๆ 90 องศา

 

กดจุดนวดไทยรักษาโรคลมปราบ

 
 

นวดไทยกดจุดรักษาลมปะกัง (migraines)

โรคลมปะกัง หรือลมตะกัง หรือลมปะกับ คือ โรคปวดศีรษะ หรือ ไมเกรน

การตรวจรักษาลมปะกัง หรือไมเกรน

1. ซักประวัติอาการโรค
2. ก้มหน้า เงยหน้า ดูองศา
3. ตรวจกล้ามเนื้อบ่าและโค้งคอ จะแข็งเป็นลำ
4. เอียงคอเอาหูชิดไหล่ทั้งซ้าย ขวา
5. ดูความเสื่อมของกระดูกคอ ข้อที่7 (ส. 5 หลัง)

การรักษา กรณีปวดศีรษะและ มีอาเจียน ร่วมด้วย (migraines) (รักษาระดับกลาง)

1. นวด พื้นฐานบ่า ทั้ง 2 ข้าง 50-70-90-90-90 ปอนด์
2. กดบังคับสัญญาณ ส. 5 หลัง ทั้ง 2 ข้าง เพื่อส่งน้ํ้าเลี้ยงขึ้นสมอง
3. นวดโค้งคอ ทั้ง 2 ข้าง
4. กด สัญญาณหัวไหล่ ส.4 ทั้ง 2 ข้าง
5. กด สัญญาณศีรษะด้านหลัง ส.1, ส.2 และ ส.5
6. กดบังคับ จุดจอมประสาท
7. กด สัญญาณศีรษะด้านหลัง ส.1, ส.2 และ ส.5
8. นอนหงาย เปิดประตูลมขา 2 ข้าง
9. นวด พื้นฐานหลัง
10. กด สัญญาณหลัง ส.1, ส.2, ส.3,
11. กด สัญญาณขาด้านนอก ส.1, ส.2 ส. 3 (3-5 รอบ)
12. กด สัญญาณขาด้้านใน ส.1, ส.2 (3-5 รอบ)
13. นวดท้อง ท่าแหวก ท่านาบ
14. กดบังคับ สัญญาณท้อง ส.1 - ส.3 (3 รอบ) เปิดประตูลม

การรักษา กรณีปวดศีรษะอย่างเดียว (รักษาระดับเพื้นฐาน)

1. นวด พื้นฐานบ่า ข้างที่เป็น
2. กดบังคับสัญญา ส. 5 หลัง ข้้างที่เป็็น เพื่อส่่งน้ำเลีี้ยงขึ้นสมอง
3. กดสัญญาณศีรษะด้านหลัง ข้างที่เป็น (ส. 1 หรือ ส. 2) และ ส. 5
4. กดสัญญาณหัวไหล่ ส. 4 ข้างที่เป็น

คำแนะนำ

1. งดอาหารแสลง (ข้าวเหนียว, หนอ่ ไม,? เหลา้า, เบียร์, เครื่องในสัตว์,ยาแก้ปวด
2. ประคบร้อนชื้น / สมุนไพร (เช้า – เย็น) 10 – 15 นาที
3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กอ่อใหเ้เกิดโรค พักผอ่ นเพียงพอ
4. ท่าบริหาร (ท่าโหนรถเมล์, ท่าก้มคอ – ดันคางเงยหน้า 3 รอบ)


 

นวดไทยกดจุดรักษาลมปะกัง หรือไมเกรน

นวดไทยรักษาลมปะกับ หรือลมปะกัง หรือไมเกรน (migraines)

ลมตะกัง หรือลมปะกับ หรือลมปะกัง (migraines) เกิดจากหลอดเลือดในสมองหดตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีอาการนำคือ ปวดกระบอกตาจนเห็นแสงระยิบระยับ ขมับจะเตน้นอย่างแรง ทำาใหเ้เกิดการอักเสบในหลอดเลือดในสมอง เรียกว่า โรคไมเกรน มี2 ชนิด คือ
  1. ปวดหัวและมีอาเจียนร่วมด้วย (migraines)
  2. ปวดหัวอย่างเดียว (tension headaches) 

1 ปวดศรีษะแบบไมเกรน (migraines)

จะปวดรุนแรง ปวดแบบตุ๊บๆ ของศรีษะข้างใดข้างหนึ่ง คนไข้บางคนมีอาการคลื่นไส้้ และมีความรู้้สึกไวตอ่ แสง ตาสู้้แสงไม่ได้ ้ ปวดแบบไมเกรนนีี้จะปวดนานเป็นชั่วโมงหรือนานเป็นหลายวันปวดแบบไมเกรนมักจะมีอาการนำก่อนคือจะมีอาการปวดเตือนกอ่ นลว่ งหน้้าก่อนที่จะมีการปวดศรีษะจริง เช่น
มีอาการร้อนแปล๊บๆ ที่หน้าผาก มีอาการแปล๊บๆ ที่ตาคล้ายฟ้าแลบ
  • ปัจจัยที่ทำให้้เป็นไมเกรน คือ พักผ่อนนอ้้ ย นอนดึก น้ำตาลในเลือดต่ำ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก อารมณ์ หงุดหงิดบอ่ ยหรือรา่ งกายออ่ นเพลียหลังจากตรากตรำทำงานมาก
  • ปวดแบบไมเกรนมักเกิดกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ มักปวดในขณะที่มีประจำเดือนหรือกอ่ นมีประจำเดือน และมักจะมาตามสายพันธุ์ (กรรมพันธุ์)

2. ปวดหัวอย่างเดียว (tension headaches)

ปวดแบบเทนชั่น (tension headaches) เกิดจากกลา้ามเนื้อหนังศรีษะและกลา้ามเนื้อโดยรอบมีอาการเกร็ง การปวดนี้จะปวดอยู่รอบนอก ไม่ปวดไปถึงภายในสมองร้อยละ 90 ของการปวด tension headaches จะปวด 2 ข้าง ระยะเวลาที่ปวดประมาณ 2-3 นาที บางรายอาจปวดเปน็นสัปดาห์ และมีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่น เชน่น ทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย สาเหตุ อาจมาจากหลายปัจจัย ส่วนมากจะมีปัจจัยมาจากความเครียด กังวลเรื่องงาน และความแปรปรวนทางอารมณต์ตา่าง ๆ คนไข้จะรู้สึกว่าปวดแบบสม่ำเสมอ 2 ข้างของศรีษะ อาจมีการปวดต้นคอร่วมด้วยก็ได้อาการที่ปวดจะเกิดขึ้นเวลาใดก็ได้ และสัปดาห์หนึ่งอาจเกิดหลายครั้งได้

คำแนะนำ

1. งดอาหารแสลง (ข้าวเหนียว, หนอ่ ไม,? เหลา้า, เบียร์, เครื่องใน
สัตว์,ยาแก้ปวด
2. ประคบร้อนชื้น / สมุนไพร (เช้า – เย็น) 10 – 15 นาที
3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กอ่อใหเ้เกิดโรค พักผอ่ นเพียงพอ
4. ท่าบริหาร (ท่าโหนรถเมล์, ท่าก้มคอ – ดันคางเงยหน้า 3 รอบ)
6. โรคลมปราบ (โรคลมเพลมพัด)
 
 
 

นวดไทยกดจุดรักษาไมเกรน ปวดศีรษะ

นวดไทยตรวจรักษาโรคจับโปงข้อเท้า

การตรวจทางหัตถเวท

1. วัดส้นเท้า ข้างที่เป็นจะโก่งเพราะปวดบวม ส้นเท้าจะสั้นกว่าข้างที่ไม่เป็น
2. ดูความผิดรูปของข้อเท้า คลำหาจุดเจ็บและหาความร้อน
3. ดูองศาการเคลื่อนไหวของเท้า ข้างที่เป็นจะทำได้น้อยกว่า
4. ทดสอบกำลังข้อเท้า
5. ทาปูนบริเวณที่ปวดและอักเสบ ปูนจะชื้นเยิ้ม ไม่แห้ง บริเวณโดยรอบจะแห้งก่อน   

การรักษา

1. นวดพื้นฐานขาข้างที่เป็น กดเน้นข้อเท้า เปิดประตูลม
2. นวดพื้นฐานขาด้้านนอก กดสัญญาณ ส. 1 – ส. 5 และกดไลแ่่ นวกล้า้ มเนืื้อ
สันหน้าแข้ง ด้านนอกถึงตาตุ่ม (เน้น ส. 5 )
3. กดนวดรอบตาตุ่มด้านนอก 2 – 3 รอบ
4. นวดพื้นฐานขาด้้านใน กดสัญญาณ ส. 1 – ส. 5และกดไลแ่่ นวกลา้้ มเนืื้อ
สันหน้าแข้ง ด้านในถึงตาตุ่ม (เน้น ส. 5 )
5. นวดรอบตำแหน่งจุดเจ็บ 

คำาแนะนำ

1. ประคบน้ำาร้อน เชา้า เย็น ครั้งละ 10 – 15 นาที
2. ถ้าเป็นจับโปงน้ำ อักเสบมาก ให้ใช้ยาพอกดูดพิษ
3. งดอาหารแสลง เช่น หน่อไม้เหล้า เบียร์ยาแก้ปวด เครื่องในสัตว์
4. ห้ามบิด สลัดข้อเท้า
5. ท่าบริหาร นอนหงาย กระดกปลายเท้าขึ้น-ลง ยืนเขย่งปลายเท้า
 
 
 

นวดไทยตรวจรักษาโรคจับโปงข้อเท้า



นวดไทยรักษาโรคจับโปงข้อเท้า


โรคจับโปงข้อเท้า แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ 1.โรคลมจับโปงน้ำข้อเท้า 2. โรคลมจับโปงน้ำข้อเข่าสาเหตุ เกิดจากลมจับโปง ซึ่งเกิดจากอาหาร อากาศ และน้ำ หรือการอักเสบ รวมทั้งการเสื่อมของข้อเท้า


ลักษณะอาการโรคจับโปงข้อเท้า

โรคลมจับโปงน้ำที่ข้อเข่า จะมีอาการ ปวด บวม ร้อน มีน้ำในข้ออาการรุนแรงทำาให้เป็นไขล้ลมจับโปงได้โรคลมจับโปงน้ำที่ข้อเท้า จะมีอาการ ปวดบวม แดง ร้อนเล็กน้อยบริเวณข้อเท้า อาจพบข้อเท้าติด และมีเสียงดังเวลาเดิน

คำาแนะนำ

1. ประคบน้ำาร้อน เชา้า เย็น ครั้งละ 10 – 15 นาที
2. ถ้าเป็นจับโปงน้ำ อักเสบมาก ให้ใช้ยาพอกดูดพิษ
3. งดอาหารแสลง เช่น หน่อไม้เหล้า เบียร์ยาแก้ปวด เครื่องในสัตว์
4. ห้ามบิด สลัดข้อเท้า
5. ท่าบริหาร นอนหงาย กระดกปลายเท้าขึ้น-ลง ยืนเขย่งปลายเท้า



 

นวดรักษาโรคจับโปงข้อเท้า

 
 

นวดไทยรักษาโรคลำบอง ส. 3 หลัง

การตรวจรักษาโรคลำบอง ส. 3 หลัง

1. ตรวจวัดปลายเท้า โรคลำบอง ส. 3 หลัง ข้างที่เป็นจะยาวกว่าอีกข้าง
2. พับขางอเขา่าเปน็นเลข 4 กดจะไมต่ า้านมือ
3. กดหาจุดเจ็บ จุดเจ็บจะชัดเจน
4. คลำหาความร้อน บริเวณจุดเจ็บจะมีความร้อน (ส.3)

การรักษาโรคลำบอง ส. 3 หลัง

1. นวดพื้นฐานขาข้างที่เป็น เปิดประตูลม
2. กดนวดสัญญาณหลัง ส. 1, ส. 2, ส. 3 เน้น ส. 3 หลัง
3. กดสัญญาณขาด้านนอก ส. 1 – ส. 5 เนน้น ส. 2 ขาด้านนอก
4. นวด ข้อ 2 และ ข้อ 3 อีก 2 รอบ
5. กดสัญญาณขาด้านใน ส. 1 – ส. 5 เน้น ส. 1 (3 รอบ)
6. นวดท้อง ท่าแหวก ท่านาบ
7. กดสัญญาณท้อง ส. 1 – ส. 5 เน้นจุดขา้างที่เปน็น
8. เปิดประตูลมท้อง

คำแนะนำ

1. ประคบน้ำร้อน
2. งดอาหารแสลง ข้าวเหนียว หน่อไม้เครื่องในสัตว์เหล้า เบียร์
3. ท่ากายบริหาร ยืนเขย่งปลายเท้า นั่งยอง ๆ 90 องศา

หมายเหตุ

นวดวันเว้นวัน พออาการดีขึ้น ให้นวดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง นวดประมาณ 2 – 3 เดือน อาการจะดีขึ้นมากหรือหายได้


 

นวดไทยตรวจรักษาโรคลำบอง ส. 3 หลัง

 

นวดไทยรักษาโรคลำาบอง ส. 1 หลัง

โรคลำาบอง ส. 1 หลัง สักษณะสำคัญและสาเหตุของโรคมีดังนี้

  1. เลือดตกตะกอน หรือเป็นโรคเก๊าส์เลือดตกตะกอนที่ไขสันหลัง
  2. ท่าทางการทำงานด้วยท่าที่ซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ
  3. ความเสื่อมของร่างกาย และการใช้งานหนักเกินไป
  4. กระดูกงอกเบียดชิดเสน้ ประสาท
  5. อุบัติเหตุ เช่น การเอี้ยวตัวผิดท่า เอี้ยวตัวยกของหนัก กระดูกผิดรูปกดทับเส้นประสาท

อาการของโรคลำาบอง ส. 1 หลัง

โรคลำบอง ส. 1 หลัง จะปวดหลังช่วงเอว ร้าวชาไปก้นกบบริเวณ ส. 3 ขาด้านนอก และไปที่ใต้หัวเข่า ทำให้หัวเข่าไม่มีกำลัง แต่ไม่เลยเข่า เข่าทรุด ไม่มีกำลัง มีความร้อนตรงบริเวณ ส. 1 หลัง

คำแนะนำ

1. ประคบน้ำร้อน
2. งดอาการแสลง ข้าวเหนียว หน่อไม้เครื่องในสัตว์เหล้า เบียร์
3. ท่ากายบริหาร ยืนเขย่งปลายเท้า นั่งยอง ๆ 90 องศา
  • หมายเหตุ
  1. ควรนวดวันเว้นวัน พออาการดีขึ้นให้นวดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง นวดประมาณ 2 – 3 เดือน อาการจะดีขึ้นมากหรือหายได้:
  2. การรักษาอาการ กดจุดระดับ 2
 

นวดไทยรักษาโรคลำาบอง ส. 1 หลัง

 

การวินิจฉัยโรค และการคัดกรองคนไข้ก่อนการนวด

การคัดกรองคนไข้เป็นสิ่งจำเป็็นและสำคัญยิ่ง ทั้งนี้เพื่อปอ้องกันอันตรายกับคนไขแ้ ละหมอนวดเอง

วิธีการคัดกรองมี 2 ขั้นคือ

  1. การซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างง่าย
  2. หากพบว่าคนไข้มีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดในที่อยู่ในอาการคัดกรอง ควรหลีกเลี่ยงการนวดคนไข้รายนั้น และควรแนะนำให้ไปพบแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อขอรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

การวินิจฉัยโรค

1. ได้จากการซักประวัติ 50%
2. การตรวจร่างกาย 30%
3. การปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์20% เช่น การ x-ray, การตรวจเลือด, ทางโบราณใช้การ ทาปูน

วิธีผสมปูน

 ต้องไม่ข้น ไม่เหลวเกินไป และต้องไม่เป็นปูนตาย
  • การทาปูน ต้องทำให้แนบ (ทำให้ติดสนิทกับผิวหนัง) แน่่น (แต่่งให้ความหนาสม่ำเสมอ) เนียน (แต่งผิวหน้าให้เรียบ) หลังจากนั้น รอให้ปูนแห้ง แล้วสังเกตสีของปูนที่แห้ง จะช่วยในการวินิจฉัยได้
  1. ถ้้าพบว่่าจุดทีี่เจ็บปวดนั้น ปูนเป็็นเงาเยิิ้ม แสดงว่่า เป็็น จับโปงน้ำ หรือ ลำบอง
  2. ถ้าพบว่า แห้งไวกว่าปกติ เป็น วัณโรคกระดูก (ห้ามนวด เพราะกระดูกผุภายใน)
  3. ถ้าปูนแห้งไปตามความยาวของมัดกล้ามเนื้อ แสดงว่า เป็น โรคลมปราบ

  • หมายเหตุ: การตรวจร่างกาย การรักษาโรคทาง หัตถเวช ควรจะต้องได้รับการฝึกอบรม หรือการควบคุมดูแลโดย แพทย์แผนไทย ผู้ชำนาญการด้านนวดไทยแบบราชสำนัก เท่านั้น

การวินิจฉัยโรค และการคัดกรองคนไข้


หลักและขั้นตอนการรักษานวดไทยแบบราชสำนัก

หลักในการรักษา มีหลักใหญ่ ๆ ดังนี้

1. สาเหตุการเกิดโรค
2. อาการ หรืออาการแสดงออกโดยทั่วไป
3. วิธีการตรวจ
4. สูตรการรักษาโรค โดยจะเนน้ สูตรเล็กกับสูตรกลางเปน็นเกณฑ์
5. คำแนะนำหลังนวด 

ขั้นตอนการรักษานวดไทยแบบราชสำนัก

การนวดราชสำานัก แบง่งเปน็นขั้นตอนดังนี้ คือ
  1. ค้นหาสาเหตุการเกิดโรค
  2. คัดกรองคนไข้
  3. วางแผนในการรักษา
  4. ให้คำแนะนำแก่คนไข้
  5. วิธีการรักษา 

วิธีการรักษาโรคโดย นวดไทยแบบราชสำนัก โดยทั่วไปมีอยู่ 5 ขั้น

1. ขั้นต้น คือ ดึง ดัด ยึด เอ็น ข้อต่อ หวังผลเฉพาะที่ ใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที
2. ขั้นพื้นฐานและจุดสัญญาณ คือ นวดเอาเลือดเข้าไปหล่อ่เลี้ยงเฉพาะที่ เป็นการแสดงอานุภาพของจุดพลังในการนวดให้มีประสิทธิภาพในการนวดมากขึ้น มีผลประมาณ 70 – 80% ใช้้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที
3. ขั้นกลาง เป็นการตกแต่งเส้น เอาจุดรองเข้ามาเสริมในสูตรเล็ก ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีกประมาณ 80 – 90% ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
4. ขั้นสูง จะแก้ทุก ๆ จุดที่มีปัญหา และมีอาการ แกต้ตามเหตุของโรคและอาการต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 1 –  1 ชั่วโมงครึ่ง
5. นวดเพื่อสุขภาพ แต่เน้นจุดที่เป็น คือ นวดทั้งตัวเพื่อเปิดทางเลือดทางลม

 
  •  หมายเหตุ: การตรวจร่างกาย การรักษาโรคทาง หัตถเวช ควรจะต้องได้รับการฝึกอบรม หรือการควบคุมดูแลโดย แพทย์แผนไทย ผู้ชำนาญการด้านนวดไทยแบบราชสำนัก เท่านั้น


 

หลักและขั้นตอนการรักษานวดไทยแบบราชสำนัก

 

 โรคภัยร้ายรักษาได้ด้วยนวดไทย

การบำบัดโรคที่รักษาได้ด้วยการนวดแผนไทยแบบราชสำนักตาม ทฤษฎีโรค การตรวจ การวินิจฉัย และการบำบัด มี การรักษาโดยท่านวด ดังนี้  >> กรุณาคลิ็กที่นี่ >>

โรคที่สามารถบำบัดด้วยการนวดแบบราชสำนัก มีดังนี้ 

1 กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ

  • โรคลมปลายปัตคาต

อาการปวดเมื่อยหลัง ช่วง อก บ่า และ คอ

  1. ลมปลายปัตคาตสัญญาณ 4 หลัง
  2. ลมปลายปัตคาตสัญญาณ 5 หลัง
  3. ลมปลายปัตคาดเส้นโค้งคอ

 อาการปวดเมื่อยหลัง ช่วง เอว และ ขา 

  1. ลมปลายปัตคาตสัญญาณ 1 หลัง
  2. ลมปลายปัตคาตสัญญาณ 3 หลัง
  3. ลมปลายปัตคาตสัญญาณ 1,3 หลัง 

อาการปวด ข้อศอก มือ นิ้วมือ และส้นเท้า 

  1. ลมปลายปัตคาตข้อมือ
  2. ลมปลายปัตคาตนิ้วมือ (นิ้วไกปืน / นิ้วล็อค)

2 กลุ่มอาการปวดข้อ ข้อบวม

อาการปวดข้อ ช่วง อก บ่า และ คอ

  • โรคลมลำบอง

  1. ลมลำบองสัญญาณ 5 หลัง
  2. ลมลำบองสัญญาณ 4 หลัง

 อาการปวดเมื่อยหลัง ช่วง เอว และ ขา 

  1. ลมลำบองสัญญาณ 1 หลัง
  2. ลมลำบองสัญญาณ 3 หลัง
  3. ลมลำบองสัญญาณ 1,3 หลัง

3 กลุ่มอาการปวดข้อ

 อาการปวดข้อ เข่า เท้า 

  • โรคลมจับโปง

  1. จับโปงน้ำข้อเท้า
  2. จับโปงแห้งข้อเท้า

อาการปวดข้อ โรคจากอุบัติเหตุ เข่า เท้า 

  1. ข้อเท้าแพลงระดับ 1
  2. ข้อเท้าแพลงระดับ 2
  3. ข้อเท้าแพลงระดับ 3
  4. ข้อเท้าแพลงระดับ 2 ด้านหน้า
  5. กระดุกหลังเท้าพลิก
  6. นิ้วมือซ้น
  7. นิ้วเท้าซ้น

4 กลุ่มอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ

กลุ่มโรคเฉียบพลัน

  • โรคหัวไหล่อักเสบเฉียบพลัน
  • ปวดกล้ามเนื้อ

  1. คอตกหมอน
  2. ตะคริววน่อง

กลุ่มโรคเรื้อรัง

  1. หัวไหล่ติดเรื้อรัง
  2. อาการสะบักจม

5 กลุ่มอาการเกี่ยวกับท้อง

  • ระบบทางเดินอาหาร

  1. ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ธาตุไม่ปกติ
  2. ดานลม
  • ระบบอวัยวะสืบพันธ์

  1.  ปวดท้องประจำเดือน

6 กลุ่มอาการระบบประสาท

  • โรคลม

  1. ลมตะกังชนิด ไม่ อาเจียน หรือ ปวดศีรษะข้างเดี่ยว

7 กลุ่มอาการระบบไหลเวียนโลหิต และทุพโภชนาการ

  1. อาหารเป็นลม
  2. เหน็บชา

8 กลุ่มอาการอื่น ๆ

 

แพหย์แผนไทย 

 

โรคภัยร้ายรักษาได้ด้วยนวดไทย

การตรวจร่างกายทั่วไปทางหัตถเวชกรรมไทย

 
โดยการใช้ประสาทสัมผัสของหมอ คือ การใช้ตาดูมือคลำ หูฟัง จมูกดมกลิ่น

1. ตา

  • พิจารณาดูลักษณะโครงสร้างของร่างกาย และอริยาบทต่าง ๆ
1.ท่าทางเดิน มีบางโรคดูจากท่าเดินได้ เช่น อัมพาตครึ่งซีก มือจะหงิก แขนงอ เดินบิด ถ้าเดินแบบหุ่นยนต์เป็นอัมพฤกษ์ หรือพาร์กินสัน ถ้ายกขาสูง ปลายเท้าตก เป็นสันนิบาติตีนตก
2. ลักษณะโครงสร้าง ตั้งแต่หัวถึงเท้า ใบหน้า คอ แขน นั่งเอียง ยืนเอียง ขาโก่ง หัวไหล่ลู่่
3. สีผิวตรงบริเวณที่มีปัญหา เช่น เจ็บหัวเข่า สีผิวแดง เขียวคล้ำ เป็นจ้ำ เขียวม่วง (เลือดออกภายใน) แดง (พิษ อักเสบ) 

2. มือ

ใช้คลำ สัมผัส ดูความร้อน เย็น อ่อน แข็งของจุดอักเสบ ก้อน ปม เถา ดาน ตรวจทดสอบกำลัง เคาะฟังเสียง เช่น ลมในท้อง ทุบเพื่อดูการ
สั่นสะเทือน เช่น เคาะศีรษะ เพื่อดูการสั่นคลอนของกระดูกสันหลัง เคาะเท้้าดูข้อ้ สะโพก

  • การเตรวจศีรษะ โดบให้คนไข้นั่ง ก้มหน้าเล็กน้อย ใช้กำปั้นซ้ายวางบนศีรษะคนไข้ กำปั้นขวาเคาะหรือทุบเบา ๅ บนกำปั้นซ้้าย เพื่อให้คนไข้จะบอกได้ว่าเจ็บตรงไหน
  • การตรวจข้อสะโพก โดยให้วัดปลายเท้า บิดปลายเท้า ถ้าปวด แสดงว่า ข้อสะโพกหักร้าว ถ้าบิดได้แต่เดินเจ็บ ให้เคาะปลายเท้า โดยใช้ปลายนิิ้วมือ 3 นิ้ว หรือ มือทุบ มืออีกข้างจับปลายเท้า
  • การตรวจท้อง โดยใช้ 5 นิ้ว นาบตรวจตามท้อง ถ้าลมจะกลิ้งได้ เคาะเสียงดัง ปุ ๆ ถ้าเป็นก้อนติดกับอวัยวะจะกลิ้งไม่ได้ เช่น บริเวณไส้ตรงอาจมีอุจจาระติดอยู่ ท้องผูก วิธีการเคาะใช้นิ้วเคาะลงบนนิ้วกลาง

3. หู

ใช้ฟัง สังเกตเสียงข้อต่อ ว่ากระดูก เอ็น เสียดสีขาดน้ำมันในข้อ เช่น ขยับหัวเข่ามีเสียงเสียดสี แสดงว่า ขาดน้ำมัน

4. จมูก

บางโรคมีกลิ่นเฉพาะตัว เช่น มะเร็งลำคอ กลิ่นปากเหม็นเหมือนซากศพ ห้ามนวด เพราะโรคจะแพร่กระจาย เบาหวานรุนแรง กลิ่นคล้ายนมบูด
การตรวจให้พิจารณาเป็นพิเศษ คือ ความร้อน ลักษณะการนวด สีผิว ลักษณะการบวม ความแข็งแรงของข้อต่อ กำลังกล้ามเนื้อ องศาข้อต่อ ความสั้นยาวของแขนขาจุดกดเจ็บ
หมายเหตุ: การตรวจร่างกาย การรักษาโรคทาง หัตถเวช ควรจะต้องได้รับการฝึกอบรม หรือการควบคุมดูแลโดย แพทย์แผนไทย ผู้ชำนาญการด้านนวดไทยแบบราชสำนัก เท่านั้น
 
 

การตรวจร่างกายทั่วไปทางหัตถเวชกรรมไทย

 
 
 

แนวเส้นประธานสิบ

 

แผนหงาย (หน้า)

 
 
 

 แผนคว่ำ (หลัง)

 
     
 

เส้นอิทา :  พลังสมอง

 
 
       
 

เส้นปิงคลา :  ไขสันหลัง

 
 

 เส้นกาลทารี :  ระบบไหลเวียนแขนขา และ พลังปลายประสาทแขนขา

 
 

 เส้นกาลทารี

 
 
 
 
 
 
 

แนวเส้นประธานสิบ

 
 

ระบบประสาท และกระดูกไขสันหลัง

 

 
 
 
 
 

 
 
 
C1-4 การหายใจ
C2 การเคลื่อนไหวของศีรษะและคอ
C4-6 อัตราการเต้นหัวใจ
C5 การเคลื่อนไหวของหัวไหล่
C6-7 การเคลื่อนไหวของข้อมือและข้อศอก
C7-T1 การเคลื่อนไหวของมือและนิ้ว
T1-12 ระบบประสาทซิมพาเธทิค การควบคุมอุณหภูมิ
T2-12 รักษาเสถียรภาพของลาตัว
T1-L2 การหลั่ง
L2 การเคลื่อนไหวของสะโพก
L3 การเหยียดข้อเข่า
L4-S1 การเคลื่อนไหวเท้า
L5 การงอเข่า
S2-S4 การแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย
S2-S3 การทางานของลาไส้และกระเพาะปัสสาวะ

 

โครงสร้างระบบประสาท และกระดูกไขสันหลัง

 


การวัดแนวกระดูกสันหลัง

 
 
 
แนวกระดูกผิดปกติ                       แนวกระดูกปกติ  
 
 
 
 
 

การนวดรักษาตรวจวัดแนวกระดูกสันหลัง

 
        

โครงสร้างร่างกายมนุษย์ - กระดูกสันหลัง

 

 
      
 
 
 
 

แนวข้อต่อ

 
 
 
 
 
 

ความหมาย

Neck (คอ)
Chest (หน้าอก)
Low back (หลังช่วงล่าง)
Pelvis (เชิงกราน)
Tailbone (ก้นกบ)

หัตถเวชกรรมไมย การนวดตามแบบราชสำนัก



นวดไทยรักษายอกหลัง แนวโครงสร้างร่างกาย


นวดไทยตรวจรักษาลมปลายปัตคาตส้นเท้า

การตรวจก่อนรักษาลมปลายปัตคาตส้นเท้า

1. ซักประวัติ
2. สังเกตลักษณะการเดินลงน้าหนักไม่เต็มเท้า
3. ดูลักษณะทั่วไปบริเวณส้นเท้า ตรวจหาจุดเจ็บ บางรายอาจะพบก้อนแข็งเป็นไต เนื่องจากเอ็นและพังผืดหดรัดตัว
  • ปัญหาที่พบ อาจมีบวมเล็กน้อย หรือไม่พบก็ได้
4. คลำสัมผัสดูความร้อน
  • ปัญหาที่พบ ไม่มีความร้อน แต่ถ้าร้อน อาจเกิดจากเอ็นรอ้อยหวาย หรือลำบองเข้าขอ้อเท้า
5. กดหาจุดเจ็บใต้ส้นเท้าและรอบส้นเท้า
  • ปัญหาที่พบ พบจุดเจ็บใต้ส้นเท้าร้าวมาเอ็นร้อยหวาย
6. วัดส้นเท้า พบข้างที่เป็น ส้นเท้าจะสั้น กรณีเป็นกระดูกงอกส้นเท้าจะยาว
7. ตรวจดูชั้นไขมันใต้ส้นเท้า มักจะพบ ไขมันฝ่อ
8. กระดกปลายเท้าขึ้นลง ไม่ได้องศา (ได้น้อยกว่าปกติ)
9. ทดสอบแรงถีบเท้าพบข้างที่เป็นมีแรงถีบน้อย

การรักษาลมปลายปัตคาตส้นเท้า

1. นวดพื้นฐานขา เปิดประตูลม เน้นข้อเท้า
2. นวดพื้นฐานและนวดสัญญาณ 1, 2, 3, 4, 5 ขาด้านนอก เน้นสัญญาณ 5 จุดเน้นดังกล่าว เป็นจุดที่เพิ่มประสิทธิผลของการรักษาเนื่องจากเป็นสัญญาณที่ใช้บังคับเลือดและความร้อนเข้าข้อเท้าออกหลังเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ใช้แก้สันนิบาตตีนตกโดยตรง รวมทั้งยังช่วยแก้ ขาลีบ ตะคริวน่อง อัมพาตขา
3. นวดพื้นฐานและนวดสัญญาณ 1, 2, 3, 4, 5 ขาด้านใน เน้นสัญญาณ 5 จุดเน้นสัญญาณ สัญญาณ 5 เป็นจุดที่เพิ่มประสิทธิผลของการรักษาเนื่องจากเป็นสัญญาณช่วยบังคับเลือดและความร้อนเข้าข้อเท้าออกฝ่าเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ใช้แก้โรคที่เกี่ยวกับข้อเท้า ได้แก่ ข้อเท้าเคลื่อน ข้อเท้าแพลง ข้อเท้าอักเสบ ลดอาการเกร็งหรือเป็นตะคริวปลายเท้า ช่วยแก้ ลมขึ้นเบื้องสูง ชักกระตุก ลมบ้าหมู ตะคริวเข้าท้อง
4. เน้นรอบส้นเท้าและจุดเจ็บ นวดแนวเส้นข้างเอ็นร้อยหวายทั้งด้านนอกและด้านใน

การตรวจหลังรักษาลมปลายปัตคาตส้นเท้า

ตรวจซ้าเหมือนการตรวจก่อนการรักษาและเปรียบเทียบเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการรักษาในแต่ละครั้ง

คำแนะนำ

  1. ประคบน้าร้อนชื้น หรือที่มีความเค็มด้วย หรือใช้ลูกประคบ เช้า-เย็น ครั้งละ 15 นาที
  2. ประคบความร้อนจากการนำใบพลับพลึงปิ้งไปให้ร้อนพอประมาณนามาหุ้มส้นเท้าหรือนาหัวไชโป๊วเผาไฟและนามาเหยียบ
  3. ทำท่าบริหาร เช่น กระดกข้อเท้า ปลายเท้า ขึ้นลง ยืนเขย่งปลายเท้า
  4. ลดการใช้งานเท้าให้น้อยลง หรือพักการใช้งาน
  5. เลือกใช้รองเท้าที่มีความเหมาะสม
  6. หลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ก่อให้เกิดโรค
  7. งดอาหารแสลง
 
http://thaimedclub.blogspot.com/



 

นวดไทยตรวจรักษาลมปลายปัตคาตส้นเท้า

 
 

นวดแผนไทยตรวจรักษาจับโปงแห้งข้อเท้า

การตรวจก่อนรักษาจับโปงแห้งข้อเท้า

1. ตรวจดูลักษณะของอาการ บวม แดง ร้อน ตาแหน่งที่เป็นจุดเจ็บ การติดหรือการผิดรูปของข้อเท้า
2. วัดส้นเท้า พบข้างที่เป็นจะยาว อาจเนื่องมาจากข้อเท้าข้างที่เป็นบวมหรือหลวม
3. กระดกปลายเท้าขึ้นลง พบไม่ได้องศา (ทาได้น้อยกว่าปกติ)
4. ทดสอบแรงถีบเท้า เพื่อดูกาลังของข้อเท้าและดูอาการเจ็บร่วมด้วย

การรักษาจับโปงแห้งข้อเท้า

1. นวดพื้นฐานขา เปิดประตูลม เน้นข้อเท้า
2. นวดพื้นฐานและนวดสัญญาณ 1, 2, 3, 4, 5 ขาด้านนอก เน้นสัญญาณ 5 นวดรอบตาตุ่ม จุดเน้นดังกล่าว เป็นจุดที่เพิ่มประสิทธิผลของการรักษาเนื่องจากเป็นสัญญาณที่ใช้บังคับเลือดและความร้อนเข้าข้อเท้าออกหลังเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ใช้แก้สันนิบาตตีนตกโดยตรง รวมทั้งยังช่วยแก้ ขาลีบ ตะคริวน่อง อัมพาตขา
3. นวดพื้นฐานและนวดสัญญาณ 1, 2, 3, 4, 5 ขาด้านใน เน้นสัญญาณ 5 นวดรอบตาตุ่ม จุดเน้นดังกล่าวเป็นจุดที่เพิ่มประสิทธิผลของการรักษาเนื่องจากเป็นสัญญาณช่วยบังคับเลือดและความร้อนเข้าข้อเท้าออกฝ่าเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ใช้แก้โรคที่เกี่ยวกับข้อเท้า ได้แก่ ข้อเท้าเคลื่อน ข้อเท้าแพลง ข้อเท้าอักเสบ ลดอาการเกร็งหรือเป็นตะคริวปลายเท้า ช่วยแก้ ลมขึ้นเบื้องสูง ชักกระตุก ลมบ้าหมู ตะคริวเข้าท้อง

การตรวจหลังรักษาจับโปงแห้งข้อเท้า

ตรวจซ้าเหมือนการตรวจก่อนการรักษาและเปรียบเทียบเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการรักษาในแต่ละครั้ง

คาแนะนาการรักษาจับโปงแห้งข้อเท้า

1. ประคบน้าร้อนหรือใช้ลูกประคบ เช้า-เย็น ครั้ง 15 นาที
2. ห้าม บิด ดัด สลัด ข้อเท้า
3. ทาท่าบริหาร เช่น กระดกข้อเท้าขึ้นลง ยืนเขย่งปลายเท้า
4. ลดการใช้งานเท้าให้น้อยลง
5. งดอาหารแสลง

แพทย์แผนไทย

นวดแผนไทยตรวจรักษาจับโปงแห้งข้อเท้า

นวดแผนไทยรักษาจับโปงแห้งข้อเท้า

โรคลมจับโปง เป็นโรคลมชนิดหนึ่งที่เกิดจาก อาหาร อากาศและน้า มักจะเกิดขึ้นกับข้อเข่าและข้อเท้าเท่านั้น
จับโปงแห้ง มักเป็นจับโปงน้ามาก่อน เมื่อรักษาไม่หายนานเข้าก็จะเป็นจับโปงแห้ง คือมีอาการสะบ้าเจ่า ทำให้สะบ้ายึดติด มีหินปูนเกาะและเคลื่อนไหวไม่ได้ ทาให้การนวดรักษาจะตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควรและมีโอกาสพบผู้ป่วยเป็นจับโปงแห้งทั้ง 2 ขา เนื่องจากผู้ป่วยลดการใช้งานข้อเข่าในข้างที่เป็นโรคและใช้งานข้อเข่าข้างที่ไม่เป็นโรคมากขึ้นจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นปัจจัยเสริมให้เกิดโรคขึ้นได้

สาเหตุ

1. มีอาการผิดรูปของข้อเท้าและบางรายอาจมีการผิดรูปของขาร่วมด้วย
2. เกิดจากการอักเสบของข้อเท้าเรื้อรัง
3. ใช้งานข้อเท้ามากเกินไป เช่น นักกีฬาวิ่ง เดินยืนตลอดวัน พ่อค้า พนักงานขายของ
4. กรณีที่รักษาโรคจับโปงน้าไม่หายนานเข้าก็จะกลายเป็นโรคจับโปงแห้ง และอาจทาให้เกิด
การติดของข้อเท้าร่วมด้วย
5. ใช้งานข้อเท้ามากเกินไป
6. การเสื่อมของข้อเท้าตามวัย

อาการ

ปวด บวมเล็กน้อย ไม่แดง ไม่ร้อน ข้อเท้าติดทาให้การเคลื่อนไหวไม่เป็นปกติ ขณะเคลื่อนไหวข้อมีเสียงกรอบแกรบเนื่องจากผิวข้อเท้าที่เสื่อมและมีรอยขรุขระเกิดการเสียดสีกันเดินไม่ถนัดเนื่องจากลงน้าหนักตัวได้ไม่เต็มที่ 

คาแนะนา

1. ประคบน้าร้อนหรือใช้ลูกประคบ เช้า-เย็น ครั้ง 15 นาที
2. ห้าม บิด ดัด สลัด ข้อเท้า
3. ทาท่าบริหาร เช่น กระดกข้อเท้าขึ้นลง ยืนเขย่งปลายเท้า
4. ลดการใช้งานเท้าให้น้อยลง
5. งดอาหารแสลง
 
 
แพทย์แผนไทย

นวดแผนไทยรักษาจับโปงแห้งข้อเท้า

นวดแผนไทยรักษาจับโปงน้ำข้อเท้า

การตรวจก่อนรักษา

1. ตรวจดูลักษณะของอาการ บวม แดง ร้อน ตาแหน่งที่เป็นจุดเจ็บ การติดหรือการผิดรูปของข้อเท้า
2. วัดส้นเท้า พบข้างที่เป็นจะยาว อาจเนื่องมาจากข้อเท้าข้างที่เป็นบวมหรือหลวม
3. กระดกปลายเท้าขึ้นลง พบไม่ได้องศา (ทาได้น้อยกว่าปกติ)
4. ทดสอบแรงถีบเท้า เพื่อดูกาลังของข้อเท้าและดูอาการเจ็บร่วมด้วย
5. ทาปูนบริเวณข้อเข่าปูนจะเยิ้มทั้งข้อ

การรักษา

1. นวดพื้นฐานขา เปิดประตูลม เน้นข้อเท้า
2. นวดพื้นฐานและนวดสัญญาณ 1, 2, 3, 4, 5 ขาด้านนอก เน้นสัญญาณ 5 นวดรอบตาตุ่ม จุดเน้นดังกล่าว เป็นจุดที่เพิ่มประสิทธิผลของการรักษาเนื่องจากเป็นสัญญาณที่ใช้บังคับเลือดและความร้อนเข้าข้อเท้าออกหลังเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ใช้แก้สันนิบาตตีนตกโดยตรง รวมทั้งยังช่วยแก้ ขาลีบ ตะคริวน่อง อัมพาตขา
3. นวดพื้นฐานและนวดสัญญาณ 1, 2, 3, 4, 5 ขาด้านใน เน้นสัญญาณ 5 นวดรอบตาตุ่ม จุดเน้นดังกล่าวเป็นจุดที่เพิ่มประสิทธิผลของการรักษาเนื่องจากเป็นสัญญาณช่วยบังคับเลือดและความร้อนเข้าข้อเท้าออกฝ่าเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ใช้แก้โรคที่เกี่ยวกับข้อเท้า ได้แก่ ข้อเท้าเคลื่อน ข้อเท้าแพลง ข้อเท้าอักเสบ ลดอาการเกร็งหรือเป็นตะคริวปลายเท้า ช่วยแก้ ลมขึ้นเบื้องสูง ชักกระตุก ลมบ้าหมู ตะคริวเข้าท้อง 

การตรวจหลังรักษา

ตรวจซ้าเหมือนการตรวจก่อนการรักษาและเปรียบเทียบเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการรักษาในแต่ละครั้ง

คาแนะนา

1. ประคบน้าร้อนชื้นหรือใช้ลูกประคบ เช้า-เย็น ครั้งละ 15 นาที
2. ห้าม บิด ดัด สลัด ข้อเท้า
3. ทาท่าบริหาร เช่น กระดกข้อเท้าขึ้นลง ยืนเขย่งปลายเท้า
4. ลดการใช้งานเท้าให้น้อยลง
5. งดอาหารแสลง
6. ใช้ยาแปะเพื่อดูดความร้อน
 
 
 
 

นวดแผนไทยรักษาจับโปงน้ำข้อเท้า

 4. นวดไทยรักษาจับโปงน้ำข้อเท้า

โรคลมจับโปงเป็นโรคลมชนิดหนึ่งที่เกิดจาก อาหาร อากาศและน้า มักจะเกิดขึ้นกับข้อเข่าและข้อเท้าเท่านั้น

สาเหตุ

1. มีอาการผิดรูปของข้อเท้าและบางรายอาจมีการผิดรูปของขาร่วมด้วย
2. อาหาร อากาศ พฤติกรรม ท่าทาง
3. ใช้งานข้อเท้ามากเกินไป เช่น นักกีฬาวิ่ง เดินยืนตลอดวัน พ่อค้า พนักงานขายของ
4. อุบัติเหตุบริเวณข้อเท้า ทาให้กระดูกอ่อนและถุงน้าไขข้ออักเสบ
5. โรคอ้วน
6. การเสื่อมของข้อเท้าตามวัย

อาการ

ปวด บวม แดง สัมผัสพบความร้อนบริเวณข้อเท้า อาการบวมเกิดจากมีน้าในข้อ มีอาการปวดข้อเท้า ข้อเท้าอ่อนแรง เดินเท้าลาก ปลายเท้าตกทาให้สะดุดหกล้มง่าย หรือเดินไม่ถนัดเนื่องจากลงน้าหนักตัวได้ไม่เต็มที่บางรายอาจมีไข้ ที่เรียกว่า ไข้จับโปง

คำแนะนา

1. ประคบน้าร้อนชื้นหรือใช้ลูกประคบ เช้า-เย็น ครั้งละ 15 นาที
2. ห้าม บิด ดัด สลัด ข้อเท้า
3. ทาท่าบริหาร เช่น กระดกข้อเท้าขึ้นลง ยืนเขย่งปลายเท้า
4. ลดการใช้งานเท้าให้น้อยลง
5. งดอาหารแสลง
6. ใช้ยาแปะเพื่อดูดความร้อน



 

นวดแผนไทยรักษาจับโปงน้ำข้อเท้า