
นวดไทยรักษาลมปะกับ หรือลมปะกัง หรือไมเกรน (migraines)
ลมตะกัง หรือลมปะกับ หรือลมปะกัง (migraines) เกิดจากหลอดเลือดในสมองหดตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีอาการนำคือ ปวดกระบอกตาจนเห็นแสงระยิบระยับ ขมับจะเตน้นอย่างแรง ทำาใหเ้เกิดการอักเสบในหลอดเลือดในสมอง เรียกว่า โรคไมเกรน มี2 ชนิด คือ- ปวดหัวและมีอาเจียนร่วมด้วย (migraines)
- ปวดหัวอย่างเดียว (tension headaches)
1 ปวดศรีษะแบบไมเกรน (migraines)
จะปวดรุนแรง ปวดแบบตุ๊บๆ ของศรีษะข้างใดข้างหนึ่ง คนไข้บางคนมีอาการคลื่นไส้้ และมีความรู้้สึกไวตอ่ แสง ตาสู้้แสงไม่ได้ ้ ปวดแบบไมเกรนนีี้จะปวดนานเป็นชั่วโมงหรือนานเป็นหลายวันปวดแบบไมเกรนมักจะมีอาการนำก่อนคือจะมีอาการปวดเตือนกอ่ นลว่ งหน้้าก่อนที่จะมีการปวดศรีษะจริง เช่น
มีอาการร้อนแปล๊บๆ ที่หน้าผาก มีอาการแปล๊บๆ ที่ตาคล้ายฟ้าแลบ
- ปัจจัยที่ทำให้้เป็นไมเกรน คือ พักผ่อนนอ้้ ย นอนดึก น้ำตาลในเลือดต่ำ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก อารมณ์ หงุดหงิดบอ่ ยหรือรา่ งกายออ่ นเพลียหลังจากตรากตรำทำงานมาก
- ปวดแบบไมเกรนมักเกิดกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ มักปวดในขณะที่มีประจำเดือนหรือกอ่ นมีประจำเดือน และมักจะมาตามสายพันธุ์ (กรรมพันธุ์)
2. ปวดหัวอย่างเดียว (tension headaches)
ปวดแบบเทนชั่น (tension headaches) เกิดจากกลา้ามเนื้อหนังศรีษะและกลา้ามเนื้อโดยรอบมีอาการเกร็ง การปวดนี้จะปวดอยู่รอบนอก ไม่ปวดไปถึงภายในสมองร้อยละ 90 ของการปวด tension headaches จะปวด 2 ข้าง ระยะเวลาที่ปวดประมาณ 2-3 นาที บางรายอาจปวดเปน็นสัปดาห์ และมีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่น เชน่น ทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย สาเหตุ อาจมาจากหลายปัจจัย ส่วนมากจะมีปัจจัยมาจากความเครียด กังวลเรื่องงาน และความแปรปรวนทางอารมณต์ตา่าง ๆ คนไข้จะรู้สึกว่าปวดแบบสม่ำเสมอ 2 ข้างของศรีษะ อาจมีการปวดต้นคอร่วมด้วยก็ได้อาการที่ปวดจะเกิดขึ้นเวลาใดก็ได้ และสัปดาห์หนึ่งอาจเกิดหลายครั้งได้
คำแนะนำ
1. งดอาหารแสลง (ข้าวเหนียว, หนอ่ ไม,? เหลา้า, เบียร์, เครื่องใน
สัตว์,ยาแก้ปวด
2. ประคบร้อนชื้น / สมุนไพร (เช้า – เย็น) 10 – 15 นาที
3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กอ่อใหเ้เกิดโรค พักผอ่ นเพียงพอ
4. ท่าบริหาร (ท่าโหนรถเมล์, ท่าก้มคอ – ดันคางเงยหน้า 3 รอบ)
6. โรคลมปราบ (โรคลมเพลมพัด)
สัตว์,ยาแก้ปวด
2. ประคบร้อนชื้น / สมุนไพร (เช้า – เย็น) 10 – 15 นาที
3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กอ่อใหเ้เกิดโรค พักผอ่ นเพียงพอ
4. ท่าบริหาร (ท่าโหนรถเมล์, ท่าก้มคอ – ดันคางเงยหน้า 3 รอบ)
6. โรคลมปราบ (โรคลมเพลมพัด)