การตรวจร่างกายทั่วไปทางหัตถเวชกรรมไทย
1. ตา
- พิจารณาดูลักษณะโครงสร้างของร่างกาย และอริยาบทต่าง ๆ
1.ท่าทางเดิน มีบางโรคดูจากท่าเดินได้ เช่น อัมพาตครึ่งซีก มือจะหงิก แขนงอ เดินบิด ถ้าเดินแบบหุ่นยนต์เป็นอัมพฤกษ์ หรือพาร์กินสัน ถ้ายกขาสูง ปลายเท้าตก เป็นสันนิบาติตีนตก
2. ลักษณะโครงสร้าง ตั้งแต่หัวถึงเท้า ใบหน้า คอ แขน นั่งเอียง ยืนเอียง ขาโก่ง หัวไหล่ลู่่
3. สีผิวตรงบริเวณที่มีปัญหา เช่น เจ็บหัวเข่า สีผิวแดง เขียวคล้ำ เป็นจ้ำ เขียวม่วง (เลือดออกภายใน) แดง (พิษ อักเสบ)
2. มือ
ใช้คลำ สัมผัส ดูความร้อน เย็น อ่อน แข็งของจุดอักเสบ ก้อน ปม เถา ดาน ตรวจทดสอบกำลัง เคาะฟังเสียง เช่น ลมในท้อง ทุบเพื่อดูการสั่นสะเทือน เช่น เคาะศีรษะ เพื่อดูการสั่นคลอนของกระดูกสันหลัง เคาะเท้้าดูข้อ้ สะโพก
- การเตรวจศีรษะ โดบให้คนไข้นั่ง ก้มหน้าเล็กน้อย ใช้กำปั้นซ้ายวางบนศีรษะคนไข้ กำปั้นขวาเคาะหรือทุบเบา ๅ บนกำปั้นซ้้าย เพื่อให้คนไข้จะบอกได้ว่าเจ็บตรงไหน
- การตรวจข้อสะโพก โดยให้วัดปลายเท้า บิดปลายเท้า ถ้าปวด แสดงว่า ข้อสะโพกหักร้าว ถ้าบิดได้แต่เดินเจ็บ ให้เคาะปลายเท้า โดยใช้ปลายนิิ้วมือ 3 นิ้ว หรือ มือทุบ มืออีกข้างจับปลายเท้า
- การตรวจท้อง โดยใช้ 5 นิ้ว นาบตรวจตามท้อง ถ้าลมจะกลิ้งได้ เคาะเสียงดัง ปุ ๆ ถ้าเป็นก้อนติดกับอวัยวะจะกลิ้งไม่ได้ เช่น บริเวณไส้ตรงอาจมีอุจจาระติดอยู่ ท้องผูก วิธีการเคาะใช้นิ้วเคาะลงบนนิ้วกลาง
3. หู
ใช้ฟัง สังเกตเสียงข้อต่อ ว่ากระดูก เอ็น เสียดสีขาดน้ำมันในข้อ เช่น ขยับหัวเข่ามีเสียงเสียดสี แสดงว่า ขาดน้ำมัน4. จมูก
บางโรคมีกลิ่นเฉพาะตัว เช่น มะเร็งลำคอ กลิ่นปากเหม็นเหมือนซากศพ ห้ามนวด เพราะโรคจะแพร่กระจาย เบาหวานรุนแรง กลิ่นคล้ายนมบูดการตรวจให้พิจารณาเป็นพิเศษ คือ ความร้อน ลักษณะการนวด สีผิว ลักษณะการบวม ความแข็งแรงของข้อต่อ กำลังกล้ามเนื้อ องศาข้อต่อ ความสั้นยาวของแขนขาจุดกดเจ็บ
หมายเหตุ: การตรวจร่างกาย การรักษาโรคทาง หัตถเวช ควรจะต้องได้รับการฝึกอบรม หรือการควบคุมดูแลโดย แพทย์แผนไทย ผู้ชำนาญการด้านนวดไทยแบบราชสำนัก เท่านั้น
