แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตรวจรักษาทางหัตถเวช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตรวจรักษาทางหัตถเวช แสดงบทความทั้งหมด

 

การวินิจฉัยโรค และการคัดกรองคนไข้ก่อนการนวด

การคัดกรองคนไข้เป็นสิ่งจำเป็็นและสำคัญยิ่ง ทั้งนี้เพื่อปอ้องกันอันตรายกับคนไขแ้ ละหมอนวดเอง

วิธีการคัดกรองมี 2 ขั้นคือ

  1. การซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างง่าย
  2. หากพบว่าคนไข้มีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดในที่อยู่ในอาการคัดกรอง ควรหลีกเลี่ยงการนวดคนไข้รายนั้น และควรแนะนำให้ไปพบแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อขอรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

การวินิจฉัยโรค

1. ได้จากการซักประวัติ 50%
2. การตรวจร่างกาย 30%
3. การปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์20% เช่น การ x-ray, การตรวจเลือด, ทางโบราณใช้การ ทาปูน

วิธีผสมปูน

 ต้องไม่ข้น ไม่เหลวเกินไป และต้องไม่เป็นปูนตาย
  • การทาปูน ต้องทำให้แนบ (ทำให้ติดสนิทกับผิวหนัง) แน่่น (แต่่งให้ความหนาสม่ำเสมอ) เนียน (แต่งผิวหน้าให้เรียบ) หลังจากนั้น รอให้ปูนแห้ง แล้วสังเกตสีของปูนที่แห้ง จะช่วยในการวินิจฉัยได้
  1. ถ้้าพบว่่าจุดทีี่เจ็บปวดนั้น ปูนเป็็นเงาเยิิ้ม แสดงว่่า เป็็น จับโปงน้ำ หรือ ลำบอง
  2. ถ้าพบว่า แห้งไวกว่าปกติ เป็น วัณโรคกระดูก (ห้ามนวด เพราะกระดูกผุภายใน)
  3. ถ้าปูนแห้งไปตามความยาวของมัดกล้ามเนื้อ แสดงว่า เป็น โรคลมปราบ

  • หมายเหตุ: การตรวจร่างกาย การรักษาโรคทาง หัตถเวช ควรจะต้องได้รับการฝึกอบรม หรือการควบคุมดูแลโดย แพทย์แผนไทย ผู้ชำนาญการด้านนวดไทยแบบราชสำนัก เท่านั้น

การวินิจฉัยโรค และการคัดกรองคนไข้

 

การตรวจวัดสัญญาณชีพและการตรวจร่างกายทางหัตถเวช

การตรวจวัดสัญญาณชีพ 

1. อุณหภูมิของร่างกาย ปกติ 36.5 – 37.5 องศาเซลเซียส

  • ถ้าน้อยกว่า 35 องศาเซลเซียส คนไข้จะ เสียชีวิต
  • ถ้ามากกว่า 43 องศาเซลเซียส คนไข้จะ เสียชีวิต
  • ถ้าเท่่ากับ 40.5 องศาเซลเซียส จะมีอาการ ชัก
  • ถ้ามากกว่าหรือเท้ากับ 38.5 องศาเซลเซียส แสดงว่ามีการ ติดเชื้อ
          การวัดอุณหภูมิ วัดได้ 3 ทาง คือ ทางปาก (อมใตลิ้น) ทางรักแร้ (สอดใต้รักแร้) ทางทวารหนัก (สอดทางทวารหนัก) 

2. ชีพจร ค่าปกติ ผู้ใหญ่ 60 – 80 ครั้ง/นาที

  • เด็ก 90 – 130 ครั้ง/นาที
  • ทารก 120 – 130 ครั้ง/นาที

3. อัตราการหายใจเข้า ออก ค่าปกติ 12 – 20 ครั้ง/นาที

4. ความดันโลหิต

  • ค่าปกติ ค่าบน ไม่ควรเกิน 140 mmHg
  • ค่าปกติ ค่าล่าง ไม่ควรเกิน  90 mmHg
          ค่่าช่วง บน Systolic pressure คือ ค่่าของหัวใจบีบไล่่ เลือดแด ไปเลี้ยงร่่างกาย
          ค่าช่วง ล่าง Diastolic pressure คือ ค่ากำลังเลือด ไหล่กลับเข้าสู่หัวใจ 

การเคาะรีเฟลกซ์ (Reflex)

เป็นการชี้หาตำาแหน่ง ระบบประสาท ตรวจหาความแข็งแรงของระบบประสาท เอ็น ข้อต่อของร่างกาย
  1. Biceps Jerk ใช้บริเวณข้อศอกด้านใน
  2. Triceps Jerkใช้บริเวณข้อพับศอกด้านนอก
  3. Knee Jerk ใชบ้ ริเวณใตส้สะบ้าเข่า
  4. Ankle Jerk ใชบ้ ริเวณเอ็นร้อยหวาย
  • ผลการเคาะรีเฟลกซ์โดยใช้ค้อนยาง

  1. 0+ ไม่่มีรีเฟลกซ์์
  2. 1+ มีรีเฟลกซ์์นน้อย
  3. 2+ ค่าปกติ
  4. 3+ มากเกินปกติ
  5. 4+ ผิดปกติ(ไวผิดปกติ)

การทาปูน (การตรวจแบบเฉพาะโรค)

ใช้ ปูนแดง ที่ไม่ใส่สีเสียด จะออกสีชมพู ก่อนทาปูน ต้องมีการประคบน้ำาร้อน บริเวณที่เราต้องการทดสอบก่อน เพื่อเป็นการทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้นเป็นการชำระล้างเอาน้ำมันออกมาก่อน หลังจากประคบน้ำร้อนแล้ว ทิ้งไว้้ให้เย็นตามธรรมชาติ แล้้วจึงเอา ปูนทา


 

การตรวจวัดสัญญาณชีพและการตรวจร่างกายทางหัตถเวช

การตรวจร่างกายทั่วไปทางหัตถเวชกรรมไทย

 
โดยการใช้ประสาทสัมผัสของหมอ คือ การใช้ตาดูมือคลำ หูฟัง จมูกดมกลิ่น

1. ตา

  • พิจารณาดูลักษณะโครงสร้างของร่างกาย และอริยาบทต่าง ๆ
1.ท่าทางเดิน มีบางโรคดูจากท่าเดินได้ เช่น อัมพาตครึ่งซีก มือจะหงิก แขนงอ เดินบิด ถ้าเดินแบบหุ่นยนต์เป็นอัมพฤกษ์ หรือพาร์กินสัน ถ้ายกขาสูง ปลายเท้าตก เป็นสันนิบาติตีนตก
2. ลักษณะโครงสร้าง ตั้งแต่หัวถึงเท้า ใบหน้า คอ แขน นั่งเอียง ยืนเอียง ขาโก่ง หัวไหล่ลู่่
3. สีผิวตรงบริเวณที่มีปัญหา เช่น เจ็บหัวเข่า สีผิวแดง เขียวคล้ำ เป็นจ้ำ เขียวม่วง (เลือดออกภายใน) แดง (พิษ อักเสบ) 

2. มือ

ใช้คลำ สัมผัส ดูความร้อน เย็น อ่อน แข็งของจุดอักเสบ ก้อน ปม เถา ดาน ตรวจทดสอบกำลัง เคาะฟังเสียง เช่น ลมในท้อง ทุบเพื่อดูการ
สั่นสะเทือน เช่น เคาะศีรษะ เพื่อดูการสั่นคลอนของกระดูกสันหลัง เคาะเท้้าดูข้อ้ สะโพก

  • การเตรวจศีรษะ โดบให้คนไข้นั่ง ก้มหน้าเล็กน้อย ใช้กำปั้นซ้ายวางบนศีรษะคนไข้ กำปั้นขวาเคาะหรือทุบเบา ๅ บนกำปั้นซ้้าย เพื่อให้คนไข้จะบอกได้ว่าเจ็บตรงไหน
  • การตรวจข้อสะโพก โดยให้วัดปลายเท้า บิดปลายเท้า ถ้าปวด แสดงว่า ข้อสะโพกหักร้าว ถ้าบิดได้แต่เดินเจ็บ ให้เคาะปลายเท้า โดยใช้ปลายนิิ้วมือ 3 นิ้ว หรือ มือทุบ มืออีกข้างจับปลายเท้า
  • การตรวจท้อง โดยใช้ 5 นิ้ว นาบตรวจตามท้อง ถ้าลมจะกลิ้งได้ เคาะเสียงดัง ปุ ๆ ถ้าเป็นก้อนติดกับอวัยวะจะกลิ้งไม่ได้ เช่น บริเวณไส้ตรงอาจมีอุจจาระติดอยู่ ท้องผูก วิธีการเคาะใช้นิ้วเคาะลงบนนิ้วกลาง

3. หู

ใช้ฟัง สังเกตเสียงข้อต่อ ว่ากระดูก เอ็น เสียดสีขาดน้ำมันในข้อ เช่น ขยับหัวเข่ามีเสียงเสียดสี แสดงว่า ขาดน้ำมัน

4. จมูก

บางโรคมีกลิ่นเฉพาะตัว เช่น มะเร็งลำคอ กลิ่นปากเหม็นเหมือนซากศพ ห้ามนวด เพราะโรคจะแพร่กระจาย เบาหวานรุนแรง กลิ่นคล้ายนมบูด
การตรวจให้พิจารณาเป็นพิเศษ คือ ความร้อน ลักษณะการนวด สีผิว ลักษณะการบวม ความแข็งแรงของข้อต่อ กำลังกล้ามเนื้อ องศาข้อต่อ ความสั้นยาวของแขนขาจุดกดเจ็บ
หมายเหตุ: การตรวจร่างกาย การรักษาโรคทาง หัตถเวช ควรจะต้องได้รับการฝึกอบรม หรือการควบคุมดูแลโดย แพทย์แผนไทย ผู้ชำนาญการด้านนวดไทยแบบราชสำนัก เท่านั้น
 
 

การตรวจร่างกายทั่วไปทางหัตถเวชกรรมไทย