แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thai medical massage แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thai medical massage แสดงบทความทั้งหมด

 

การตรวจวัดสัญญาณชีพและการตรวจร่างกายทางหัตถเวช

การตรวจวัดสัญญาณชีพ 

1. อุณหภูมิของร่างกาย ปกติ 36.5 – 37.5 องศาเซลเซียส

  • ถ้าน้อยกว่า 35 องศาเซลเซียส คนไข้จะ เสียชีวิต
  • ถ้ามากกว่า 43 องศาเซลเซียส คนไข้จะ เสียชีวิต
  • ถ้าเท่่ากับ 40.5 องศาเซลเซียส จะมีอาการ ชัก
  • ถ้ามากกว่าหรือเท้ากับ 38.5 องศาเซลเซียส แสดงว่ามีการ ติดเชื้อ
          การวัดอุณหภูมิ วัดได้ 3 ทาง คือ ทางปาก (อมใตลิ้น) ทางรักแร้ (สอดใต้รักแร้) ทางทวารหนัก (สอดทางทวารหนัก) 

2. ชีพจร ค่าปกติ ผู้ใหญ่ 60 – 80 ครั้ง/นาที

  • เด็ก 90 – 130 ครั้ง/นาที
  • ทารก 120 – 130 ครั้ง/นาที

3. อัตราการหายใจเข้า ออก ค่าปกติ 12 – 20 ครั้ง/นาที

4. ความดันโลหิต

  • ค่าปกติ ค่าบน ไม่ควรเกิน 140 mmHg
  • ค่าปกติ ค่าล่าง ไม่ควรเกิน  90 mmHg
          ค่่าช่วง บน Systolic pressure คือ ค่่าของหัวใจบีบไล่่ เลือดแด ไปเลี้ยงร่่างกาย
          ค่าช่วง ล่าง Diastolic pressure คือ ค่ากำลังเลือด ไหล่กลับเข้าสู่หัวใจ 

การเคาะรีเฟลกซ์ (Reflex)

เป็นการชี้หาตำาแหน่ง ระบบประสาท ตรวจหาความแข็งแรงของระบบประสาท เอ็น ข้อต่อของร่างกาย
  1. Biceps Jerk ใช้บริเวณข้อศอกด้านใน
  2. Triceps Jerkใช้บริเวณข้อพับศอกด้านนอก
  3. Knee Jerk ใชบ้ ริเวณใตส้สะบ้าเข่า
  4. Ankle Jerk ใชบ้ ริเวณเอ็นร้อยหวาย
  • ผลการเคาะรีเฟลกซ์โดยใช้ค้อนยาง

  1. 0+ ไม่่มีรีเฟลกซ์์
  2. 1+ มีรีเฟลกซ์์นน้อย
  3. 2+ ค่าปกติ
  4. 3+ มากเกินปกติ
  5. 4+ ผิดปกติ(ไวผิดปกติ)

การทาปูน (การตรวจแบบเฉพาะโรค)

ใช้ ปูนแดง ที่ไม่ใส่สีเสียด จะออกสีชมพู ก่อนทาปูน ต้องมีการประคบน้ำาร้อน บริเวณที่เราต้องการทดสอบก่อน เพื่อเป็นการทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้นเป็นการชำระล้างเอาน้ำมันออกมาก่อน หลังจากประคบน้ำร้อนแล้ว ทิ้งไว้้ให้เย็นตามธรรมชาติ แล้้วจึงเอา ปูนทา


 

การตรวจวัดสัญญาณชีพและการตรวจร่างกายทางหัตถเวช

 

การทำงานของระบบประสาท กระดูกไขสันหลัง

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


 

การทำงานของระบบประสาท กระดูกไขสันหลัง



3. นวดแผนไทยรักษาลมปลายปัตคาตส้นเท้า

ลักษณะทางกายวิภาคของฝ่าเท้า

เริ่มจากมีผิวหนังที่ปกคลุม ส่วนที่ลึกลงไปใต้ผิวหนังจะมีไขมันและลึกลงไปใต้ชั้นไขมันจะมีเอ็นที่แผ่ปกคลุม โดยมีจุดเกาะต้นที่บริเวณกระดูกส้นเท้าตรงตาแหน่งที่เรียกว่า Medial Calcaneal Tuberosity ซึ่งจะอยู่บริเวณส้นเท้าที่ค่อนมาทางด้านใน และมีจุดเกาะปลายที่โคนนิ้วเท้า ส่วนชั้นที่ลึกลงไปใต้เอ็นฝ่าเท้าจะมีมัดกล้ามเนื้อเล็ก ๆ หลายมัด ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบของการเกิดลมปลายปัตคาดส้นเท้าเกิดตรงบริเวณจุดเกาะต้นของเอ็นฝ่าเท้าตรงตาแหน่งที่เรียกว่า Medial Calcaneal Tuberosity

สาเหตุ

  1. กระดูกงอกทิ่มเอ็น
  2. อ้วนทาให้แรงกดบริเวณส้นเท้ามาก
  3. ไขมันบริเวณส้นเท้าฝ่อตัว
  4. การใช้กล้ามเนื้อบริเวณน่องและเท้ามากเกิน เช่น การยืนทำงานนาน ๆ การเดินมาก การวิ่ง
  5. การกระแทกจากการกระโดดจากที่สูง หรือการกระแทกตกจากที่สูงทำให้กล้ามเนื้อช้ำ
  6. การเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น พื้นรองเท้าบาง ส้นรองเท้าแข็งเกินไป ส้นสูง
  7. ความผิดปกติของโครงสร้างเท้า

อาการ

  1. ปวดตึงส้นเท้า อาจลามมาถึงบริเวณเอ็นร้อยหวาย และขอบส้นเท้า
  2. ยืน เดิน รับน้ำาหนักไม่ค่อยไหว ส่วนมากเป็นตอนตื่นนอนตอนเช้า เหยียบพื้นแล้วเจ็บ เวลานอนอากาศเย็น เลือดไหลเวียนไม่ดี แคลเซี่ยม
    เกาะกล้ามเนื้อ เมื่อเคลื่อนไหวแล้วจะเจ็บน้อยลง
  3. ปวดส้นเท้าในขณะลุกเดินในช่วงตื่นนอนตอนเช้า ในช่วงที่มีอาการเย็นมีอาการปวดมากขึ้นเนื่องจากพังผืดมีการหดตัวทำให้ การยืน เดินหรือวิ่ง ไม่สะดวกเนื่องจากเอ็นและพังผืดบริเวณส้นเท้ายืดหยุ่นไม่ดี
  4. บางรายอาจมีอาการปวดตลอดเวลาของการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องใช้เท้า บางรายอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง เอ็นร้อยหวาย และขอบสันเท้าร่วมด้วย
  • หมายเหตุ อาการปวดส้นเท้าของ โรคลมปลายปัตคาดส้นเท้า จะปวดตอนตื่นนอนเสียส่วนใหญ่ จะต่างจากการปวดส้นเท้าที่เกิดจาก กระดูกเอวได้รับอุบัติเหตซึ่งจะปวดตลอดเวลา

คาแนะนา

  1. ประคบน้าร้อนชื้น หรือที่มีความเค็มด้วย หรือใช้ลูกประคบ เช้า-เย็น ครั้งละ 15 นาที
  2. ประคบความร้อนจากการนำใบพลับพลึงปิ้งไปให้ร้อนพอประมาณนามาหุ้มส้นเท้าหรือนาหัวไชโป๊วเผาไฟและนามาเหยียบ
  3. ทำท่าบริหาร เช่น กระดกข้อเท้า ปลายเท้า ขึ้นลง ยืนเขย่งปลายเท้า
  4. ลดการใช้งานเท้าให้น้อยลง หรือพักการใช้งาน
  5. เลือกใช้รองเท้าที่มีความเหมาะสม
  6. หลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ก่อให้เกิดโรค
  7. งดอาหารแสลง

 

นวดแผนไทยรักษาลมปลายปัตคาตส้นเท้า

 

ท่านวดรักษาเท้าแพลง 2 ด้านหน้า / ด้านข้าง

1 แสดงการนวดพื้นฐานขา  >> ดูรายละเอียด >> 

 
1
หมายเหตุ: ท่านวดใกล้เคียงกับ ท่านวดไทยรักษาตะคริวน่อง

 
 
 
 

ท่านวดรักษาเท้าแพลง ข้าง/หน้า

 

ท่านวดรักษาเท้าแพลง 1

1 แสดงการนวดพื้นฐานขา  >> ดูรายละเอียด >> 

 

หมายเหตุ: ท่านวดใกล้เคียงกับ ท่านวดไทยรักษาตะคริวน่อง

 
 
 
 
  • วิธีการรักษาข้อเท้าแพลงระดับ 1
  • นวดไทยตรวจรักษาข้อเท้าแพลงระดับ 1
  • ท่านวดรักษาข้อเท้าแพลงระดับ 1

 

ท่านวดรักษาเท้าแพลง 1



5. นวดไทยรักษาจับโปงแห้งเข่า

โรคลมจับโปง เป็นโรคลมชนิดหนึ่งที่เกิดจาก อาหาร อากาศและน้า มักจะเกิดขึ้นกับข้อเข่าและข้อเท้าเท่านั้น
จับโปงแห้ง มักเป็นจับโปงน้ามาก่อน เมื่อรักษาไม่หายนานเข้าก็จะเป็นจับโปงแห้ง คือมีอาการสะบ้าเจ่า ทำให้สะบ้ายึดติด มีหินปูนเกาะและเคลื่อนไหวไม่ได้ ทำให้การนวดรักษาจะตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร และมีโอกาสพบผู้ป่วยเป็นจับโปงแห้งทั้ง 2 ขา เนื่องจากผู้ป่วยลดการใช้งานข้อเข่าในข้างที่เป็นโรคและใช้งานข้อเข่าข้างที่ไม่เป็นโรคมากขึ้นจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นปัจจัยเสริมให้เกิดโรคขึ้นได้

สาเหตุ

1. มีอาการผิดรูปของข้อเข่า ขาผิดรูป
2. เกิดจากการอักเสบของข้อเข่าเรื้อรัง
3. เกิดจากความเสื่อมของข้อเข่า
4. กรณีที่รักษาโรคจับโปงน้าไม่หายนานเข้าก็จะกลายเป็นโรคจับโปงแห้ง และอาจทาให้เกิดการติดของสะบ้าร่วมด้วย
5. ใช้งานข้อเข่ามากเกินไป
6. อุบัติเหตุบริเวณข้อเข่า ทาให้กระดูกอ่อนและถุงน้าไขข้ออักเสบ
7. กล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่าอ่อนแอ
8. เข่าเสื่อมจากวัยทองหรืออายุที่มากขึ้น
9. โรคอ้วน

อาการ

ผู้ป่วยที่เป็นจับโปงแห้งเข่าจะมีอาการ ปวด บวม ไม่แดง ไม่ร้อน บางรายอาจมีอาการบวมและมีความร้อนเล็กน้อยในบริเวณตาแหน่งที่เกิด บางครั้งอาจแดงเล็กน้อย ผู้ป่วยมีอาการปวดน้อยกว่าจับโปงน้า มีน้าในข้อเพียงเล็กน้อย มีการติดของข้อเข่า เข่าโก่ง สะบ้าเจ่า (สะบ้าติด) นั่งยอง ๆ คุกเข่าพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ ไม่ได้ เนื่องจากผิวข้อเข่าที่เสื่อมและมีรอยขรุขระเกิดการเสียดสีกันทาให้มีอาการปวดข้อ ขณะเคลื่อนไหวข้อมีเสียงกรอบแกรบเนื่องจากผิวข้อเข่าที่เสื่อมและมีรอยขรุขระเกิดการเสียดสีกัน เดินไม่ถนัดเนื่องจากลงน้าหนักตัวได้
ไม่เต็มที่ มักเป็นทั้งสองข้าง (การนวดจึงนวดข้างที่เป็นรุนแรงประมาณร้อยละ 70-80 และนวดข้างที่มีอาการน้อย ประมาณร้อยละ 20-30

คาแนะนา

1. งดอาหารแสลง
2. ประคบความร้อนชื้น เช้า-เย็นครั้งละ 15 นาที
3. ลดการใช้งานของข้อเข่าให้น้อยลง
4. เลี่ยงอิริยาและพฤติกรรม ที่เป็นปัจจัยเสริมให้ปวดข้อเข่ามากขึ้น เช่น นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ ยืนนาน ๆ การขึ้นลงบันได เป็นต้น
5. ห้าม บิด ดัด สลัดขา เพราะอาจทาให้เกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื้อและอาจทาให้เกิดอักเสบของข้อต่อได้
6. ท่ากายบริหาร คือ
6.1 ท่ายืนเขย่งปลายเท้า เพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่า
6.2 ท่านั่งยอง ๆ 90 องศา เพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่า
6.2 ท่านั่งกระดกปลายเท้า แล้วเกร็งเข่าประมาณ 5 วินาที แล้ววางลงพัก ทาซ้าประมาณ 10-20
ที ทาสลับ 2 ข้าง นับเป็น 1 ครั้ง ในแต่ละวันควรทา 3-5 ครั้ง เพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่า


http://thaimedclub.blogspot.com/


 

นวดไทยรักษาจับโปงแห้งเข่า

ท่านวดไทยรักษาจับโปงแห้งเข่า 

1 แสดงการนวดพื้นฐานขา  >> ดูรายละเอียด >> 


 

หมายเหตุ: ท่านวดใกล้เคียงกับ ท่านวดไทยรักษาข้อเข่าเบี่ยง  



แพทย์แผนไทย
 
 

ท่านวดไทยรักษาจับโปงแห้งเข่า

 2. การนวดตรวจรักษาข้อเข่าเบี่ยง 

การตรวจก่อนรักษา

  1. ซักประวัติ
  2. ตรวจดูลักษณะทั่วไปของข้อเข่า ตั้งแต่ท่าทางการเดิน การบวมและดูตาแหน่งที่เป็นจุดเจ็บ
  3. วัดส้นเท้า พบว่าข้างที่เป็นโรคจะสั้น
  4. งอขาชิดก้นไม่ได้
การรักษาข้อเข่าเบี่ยง
  1. นวดพื้นฐานขาข้างที่เป็น เปิดประตูลม
  2. นวดเข่า 3 จุดเป็นสัญญาณแยกของสัญญาณ 4 ขาด้านใน จุดสัญญาณ 1, 2 เป็นจุดบังคับเลือดและความร้อนเข้าเข่า *
  3. นวดพื้นฐานและนวดสัญญาณ 1, 2, 3, 4 ขาด้านใน เน้นสัญญาณ 3, 4 **
  4. ผลักกระดูกเข่าให้เข้าที่ต้องนวดภายในเวลา 24 ชั่วโมงของการเกิด ***
  5. นวดพื้นฐานและนวดสัญญาณ 1, 2, 3, 4 ขาด้านนอก เน้นสัญญาณ 4 และใต้ข้อพับเข่า ****
หมายเหตุ:
  • * เป็นจุดที่ใช้แก้โรคเกี่ยวกับเข่า ได้แก่ จับโปงเข่า ลาบองเข่า และช่วยแก้เข่าเคลื่อน ส่วนจุดสัญญาณ 3 เป็นจุดบังเลือดและความร้อนเข้าเข่าและสะบ้า เป็นจุดที่ใช้แก้โรคเกี่ยวกับเข่าที่กล่าวข้างต้นและยังเป็นจุดที่ใช้แก้เกี่ยวกับสะบ้าเข่า ได้แก่ สะบ้าบิน สะบ้าจม สะบ้าเจ่า

  • ** จุดเน้นสัญญาณ 3 เป็นจุดบังเลือดและความร้อนเข้าเข่าซึ่งเป็นสัญญาณที่ใช้แก้โรคเกี่ยวกับเข่า ได้แก่ ข้อเข่าเคลื่อน จับโปงเข่า ลาบองเข่า และเป็นสัญญาณที่ช่วยแก้กล้ามเนื้ออักเสบและกล้ามเนื้อฉีกขาดบริเวณหน้าขา ส่วนจุดเน้นสัญญาณ 4 เป็นจุดบังคับเลือดและความร้อนเข้าเข่าและสะบ้าเข่า ซึ่งเป็นจุดที่ใช้แก้ข้อเข่าเคลื่อน ผลักกระดูกเข่าเคลื่อนให้เข้าที่ แก้โรคเกี่ยวกับเข่า ได้แก่ จับโปงเข่า ลาบองเข่า รวมทั้งยังสามารถช่วยตรวจการเข้าที่ของข้อเข่าได้ในกรณีผลักกระดูกเข้าแล้วสัญญาณเต้นไม่ชัดแสดงว่ากระดูกที่ผลักยังไม่เข้าที่ นอกจากนั้นยังช่วยแก้โรคเกี่ยวกับสะบ้า ได้แก่ สะบ้าบิน สะบ้าจม สะบ้าเจ่า

  • *** เนื่องจากข้อเคลื่อนทุกชนิดต้องผลักและนวดให้เข้าที่ภายในเวลาที่กล่าวไว้ข้างต้นหลังจากนวดห้ามเคลื่อนไหวเพราะเอ็นและกล้ามเนื้อยังอ่อนแออาจทาให้หลุดซ้าได้ ต้องผลักให้เข้าที่เพียงครั้งเดียว การผลักกระดูกเข่าอาจใช้ท่านอนหงายหรือนอนตะแคงใช้นิ้วหัวแม่มือกดตาแหน่งสัญญาณ 4 ขาด้านในและใช้มืออีกข้างดึงข้อเท้าเข้าหาในลักษณะการพับขา

  • **** จุดเน้นดังกล่าวเป็นจุดบังคับเลือดและความร้อนเข้าเข่า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ใช้แก้กล้ามเนื้อขาอักเสบ กล้ามเนื้อฉีกขาด โรคที่เกี่ยวกับเข่า ได้แก่ เข่าเคลื่อน จับโปงเข่า ลาบองเข่า

การตรวจหลังรักษา

ตรวจซ้ำเหมือนการตรวจก่อนการรักษาและเปรียบเทียบเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการรักษาในแต่ละครั้ง

คำแนะนำ

1. งดอาหารแสลง
2. ประคบความร้อนชื้น เช้า-เย็น ครั้งละ 15 นาที
3. ห้าม บิด ดัด สลัดขา เพราะอาจทาให้เกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื้อและอาจทาให้เกิดการเคลื่อนของข้อต่อได้
4. ท่าบริหารกาย คือ

4.1 ท่ายืนเขย่งปลายเท้า เพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่า
4.2 ท่านั่งยอง ๆ 90 องศา
4.3 ท่านั่งกระดกปลายเท้า
หมายเหตุ : ควรทำท่ากายบริหารหลังจากการอักเสบของข้อเข่าหายแล้ว 
แพทย์แผนไทย

 

นวดไทยตรวจรักษาข้อเข่าเบี่ยง


 

1. นวดไทยรักษาข้อสะโพกเบี่ยง


ข้อสะโพกเบี่ยง คือ การเคลื่อนของข้อต่อสะโพกออกจากตำแหน่งที่อยู่ปกติซึ่งมีสาเหตุและอาการดังนี้   >> ดูท่านวดการรักษา >>

สาเหตุ

สะโพกเบี่ยง มักมีสาเหตุเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น การลื่นล้มในลักษณะขาถ่าง การหกล้มที่มีลักษณะก้นกระแทกพื้น การก้าวขึ้นที่สูงแบบเร็ว ๆ อุบัติเหตุดังกล่าวนี้สามารถทำให้เกิดการเคลื่อนหลุดหรือเบี่ยงของข้อสะโพกในบางมุมได้ ในทางการนวดแบบราชสำนักส่วนใหญ่ตรวจพบตำแหน่งการเกิดโรคในบริเวณสัญญาณ 3 ขาด้านนอก

อาการ

ปวดขัดข้อหรือเบ้าข้อต่อสะโพก ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทาง ทาให้เดินไม่ถนัดหรือลงน้าหนักได้ไม่เต็มที่บางรายอาจมีอาการร้าวชาปวดบริเวณก้นย้อยคล้ายโรคสัญญาณ 1 หลัง แตกต่างกันที่ตาแหน่งจุดเจ็บซึ่งจะมีอาการเจ็บบริเวณสัญญาณ 3 ขาด้านนอก

คำแนะนำ

  1. งดอาหารแสลง
  2. ประคบความรอนชน เชา-เยน ครงละ 15 นาท
  3. ห้าม บิด ดัด สลัดขา เพราะอาจทาใหเกดการฉกขาดของเนอเยอและอาจทาใหเกดการเคลอนของข้อต่อได
  4. ทากายบรหาร คือ
4.1 ทายนเขยงปลายเทา เพอชวยสรางความแขงแรงและความกระชบของกลามเนอและเอนบรเวณขอ ตอสะโพก
4.2 ทาฤๅษดดตนแกสะโพกขดขอ
4.3 ทานอนหงายกอดเขาชดอก
 


แพทย์แผนไทย
 
 
 

นวดไทยรักษาข้อสะโพกเบี่ยง

 
 
 

การประคบ และอบสมุนไพรไทย



การประคบสมุนไพร

การประคบสมุนไพร เป็นวิธีการดูแลรักษาสุขภาพของ การแพทย์แผนไทย อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งสามารถนำไปใช้ควบคู่กับ การนวดไทย โดยผู้ถูกนวดจะรู้สึกผ่อนคลาย เบาสบาย ด้วยกลิ่นของสมุนไพร และฤทธิ์ทางยาของสมุนไพร ซึ่งช่วยในการรักษาเป็นอย่างมาก

ผลของการประคบสมุนไพร

ผลของการประคบสมุนไพร เกิดจากผลของความร้อนที่ได้จากการประคบ และผลจากการที่ตัวยาสมุนไพรซึมผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่ร่างกาย ผลของความร้อนที่ได้จากการประคบมีต่อการรักษาดังต่อไปนี้

1. ช่วยทำให้เนื้อเยื่อพังฝืดยืดตัวออก
2. ลดการติดขัดของข้อต่อ
3. ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
4. ลดปวด
5. ช่วยลดอาการบวมที่เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ หลัง 24-48 ชั่วโมง
6. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
7. รู้สึกผ่อนคลายจากกลิ่นหอมของสมุนไพร และการประคบกล้ามเนื้อ
8. ผิวพรรณสดใสจากการสัมผัสสมุนไพรที่ช่วยประทินผิวและรูขุมขน

การประคบสมุนไพร ใน ทางแพทย์แผนไทย ปกติจะทำหลัง การนวด เสร็จแล้ว แต่อาจมีบางกรณีที่ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับประคบสมุนไพรก่อนการนวด เช่น อาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็งมาก หรือการประคบโดยไม่ต้องมีการนวด เช่น การประคบมารดาหลังคลอด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความดูแลของ แพทย์แผนไทย ที่จะทำการรักษา

อนึ่ง ในการรักษา ดูแลสุขภาพโดย แพทย์แผนไทย อาจมีวิธีการรักษาโดย การประคบร้อน และ การอบตัวสมุนไพร ร่วมในการรักษากับการนวดไทย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการรักษาได้ดีขึ้น  ซึ่ง แพทย์แผนไทย จะเป็นผุ้พิจารณาจากอาการของคนไข้



 
 
 

การประคบอบสมุนไพร

 


การวินิจฉัยโรคจากเส้นประธานสิบ

 
การนวดไทย เป็นหัตถเวชกรรมไทยสาขาหนึ่งทาง การแพทย์แผนไทย เพื่อใช้ในการรักษาโรค โดยมีความเชื่อว่า ในร่างกายมี เส้น อยู่ประมาณ 72,000 เส้น แต่มีเส้นทางเดินพลังเส้นหลัก ๆ อยู่ 10 เส้น เราเรียกว่า "เส้นสิบ" ซึ่งแต่ละเส้นจะมีหน้าที่ไปหล่อเลี้ยงร่างกายในส่วนที่แตกต่างกัน ถ้าเส้นทางใดบกพร่องหรืออุดตัน จะทำให้พลังชีวิตไหลเวียนไม่สะดวก อวัยวะส่วนที่อยู่ในเส้นทางนั้นก็จะเกิดอาการเจ็บป่วยได้ เพราะได้รับ พลังชีวิต ไม่เพียงพอ แต่ถ้าเราแก้ไขให้เส้นทางเดินพลังนั้นปลอดโปร่ง พลังชีวิตก็จะไหลเวียนได้เต็มที่เหมือนเดิม อาการของโรคภัยไข้เจ็บก็จะทุเลาลงได้ อันเป็น การวินิจฉัยโรคทางหัตถเวชกรรมไทย ที่สืบต่อกันมา

รู้จัก เส้นประธานสิบ และพลังเส้นประธานสิบ มีดังนี้

  1. เส้นอิทา และ เส้นปิงคลา       เป็นตัวแทนของ พลังสมอง และ ไขสันหลัง
  2. เส้นสุมนา                       เป็นตัวแทน พลังประสาทส่วนกลาง และ การไหลเวียน
  3. เส้นกาลทารี                     เป็นตัวแทน ระบบไหลเวียนแขนขา และ พลังปลายประสาทแขนขา
  4. เส้นสหัสรังสี และ เส้นทุวารี   เป็นตัวแทน ตาซ้าย และ ตาขวา
  5. เส้นจันทภูสัง และ เส้นรุชัง     เป็นตัวแทน หูซ้าย และ หูขวา
  6. เส้นสิขิณี (คิชชะ)              เป็นตัวแทน ระบบปัสสาวะ และ อวัยวะเพศ
  7. เส้นสุขุมัง (นันทกระหวัด)     เป็นตัวแทน ระบบขับถ่าย ทวารหนัก
การนวดแผนไทย จึงเน้นการป้องกันและรักษาโรคโดยทำให้เส้นต่าง ๆ คลายจากการอุดตันจากทางเดินของพลังเส้น โดยการกดจุด นวด คลายเส้น ทำให้เลือดลมหมุนเวียนได้  ตามปกติ ช่วยป้องกันรักษาโรคโดยร่วมกับการรักษาทางเวชกรรมไทย ผดุงครรภ์ไทย และเภสัชกรรมไทย รวมทั้งศาสตร์อื่น ๆ ทำให้สุขภาพดีแบบองค์รวม./
 
แผนหงาย

แผนคว้ำ
 


การวินิจฉัยโรคโดยเส้นประธานสิบ