3. นวดแผนไทยรักษาลมปลายปัตคาตส้นเท้า
ลักษณะทางกายวิภาคของฝ่าเท้า
เริ่มจากมีผิวหนังที่ปกคลุม ส่วนที่ลึกลงไปใต้ผิวหนังจะมีไขมันและลึกลงไปใต้ชั้นไขมันจะมีเอ็นที่แผ่ปกคลุม โดยมีจุดเกาะต้นที่บริเวณกระดูกส้นเท้าตรงตาแหน่งที่เรียกว่า Medial Calcaneal Tuberosity ซึ่งจะอยู่บริเวณส้นเท้าที่ค่อนมาทางด้านใน และมีจุดเกาะปลายที่โคนนิ้วเท้า ส่วนชั้นที่ลึกลงไปใต้เอ็นฝ่าเท้าจะมีมัดกล้ามเนื้อเล็ก ๆ หลายมัด ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบของการเกิดลมปลายปัตคาดส้นเท้าเกิดตรงบริเวณจุดเกาะต้นของเอ็นฝ่าเท้าตรงตาแหน่งที่เรียกว่า Medial Calcaneal Tuberosity
สาเหตุ
- กระดูกงอกทิ่มเอ็น
- อ้วนทาให้แรงกดบริเวณส้นเท้ามาก
- ไขมันบริเวณส้นเท้าฝ่อตัว
- การใช้กล้ามเนื้อบริเวณน่องและเท้ามากเกิน เช่น การยืนทำงานนาน ๆ การเดินมาก การวิ่ง
- การกระแทกจากการกระโดดจากที่สูง หรือการกระแทกตกจากที่สูงทำให้กล้ามเนื้อช้ำ
- การเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น พื้นรองเท้าบาง ส้นรองเท้าแข็งเกินไป ส้นสูง
- ความผิดปกติของโครงสร้างเท้า
อาการ
- ปวดตึงส้นเท้า อาจลามมาถึงบริเวณเอ็นร้อยหวาย และขอบส้นเท้า
- ยืน เดิน รับน้ำาหนักไม่ค่อยไหว ส่วนมากเป็นตอนตื่นนอนตอนเช้า เหยียบพื้นแล้วเจ็บ เวลานอนอากาศเย็น เลือดไหลเวียนไม่ดี แคลเซี่ยม
เกาะกล้ามเนื้อ เมื่อเคลื่อนไหวแล้วจะเจ็บน้อยลง
- ปวดส้นเท้าในขณะลุกเดินในช่วงตื่นนอนตอนเช้า ในช่วงที่มีอาการเย็นมีอาการปวดมากขึ้นเนื่องจากพังผืดมีการหดตัวทำให้ การยืน เดินหรือวิ่ง ไม่สะดวกเนื่องจากเอ็นและพังผืดบริเวณส้นเท้ายืดหยุ่นไม่ดี
- บางรายอาจมีอาการปวดตลอดเวลาของการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องใช้เท้า บางรายอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง เอ็นร้อยหวาย และขอบสันเท้าร่วมด้วย
- หมายเหตุ อาการปวดส้นเท้าของ โรคลมปลายปัตคาดส้นเท้า จะปวดตอนตื่นนอนเสียส่วนใหญ่ จะต่างจากการปวดส้นเท้าที่เกิดจาก กระดูกเอวได้รับอุบัติเหตซึ่งจะปวดตลอดเวลา
คาแนะนา
- ประคบน้าร้อนชื้น หรือที่มีความเค็มด้วย หรือใช้ลูกประคบ เช้า-เย็น ครั้งละ 15 นาที
- ประคบความร้อนจากการนำใบพลับพลึงปิ้งไปให้ร้อนพอประมาณนามาหุ้มส้นเท้าหรือนาหัวไชโป๊วเผาไฟและนามาเหยียบ
- ทำท่าบริหาร เช่น กระดกข้อเท้า ปลายเท้า ขึ้นลง ยืนเขย่งปลายเท้า
- ลดการใช้งานเท้าให้น้อยลง หรือพักการใช้งาน
- เลือกใช้รองเท้าที่มีความเหมาะสม
- หลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ก่อให้เกิดโรค
- งดอาหารแสลง