นวดไทยรักษาจับโปงแห้งเข่า



5. นวดไทยรักษาจับโปงแห้งเข่า

โรคลมจับโปง เป็นโรคลมชนิดหนึ่งที่เกิดจาก อาหาร อากาศและน้า มักจะเกิดขึ้นกับข้อเข่าและข้อเท้าเท่านั้น
จับโปงแห้ง มักเป็นจับโปงน้ามาก่อน เมื่อรักษาไม่หายนานเข้าก็จะเป็นจับโปงแห้ง คือมีอาการสะบ้าเจ่า ทำให้สะบ้ายึดติด มีหินปูนเกาะและเคลื่อนไหวไม่ได้ ทำให้การนวดรักษาจะตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร และมีโอกาสพบผู้ป่วยเป็นจับโปงแห้งทั้ง 2 ขา เนื่องจากผู้ป่วยลดการใช้งานข้อเข่าในข้างที่เป็นโรคและใช้งานข้อเข่าข้างที่ไม่เป็นโรคมากขึ้นจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นปัจจัยเสริมให้เกิดโรคขึ้นได้

สาเหตุ

1. มีอาการผิดรูปของข้อเข่า ขาผิดรูป
2. เกิดจากการอักเสบของข้อเข่าเรื้อรัง
3. เกิดจากความเสื่อมของข้อเข่า
4. กรณีที่รักษาโรคจับโปงน้าไม่หายนานเข้าก็จะกลายเป็นโรคจับโปงแห้ง และอาจทาให้เกิดการติดของสะบ้าร่วมด้วย
5. ใช้งานข้อเข่ามากเกินไป
6. อุบัติเหตุบริเวณข้อเข่า ทาให้กระดูกอ่อนและถุงน้าไขข้ออักเสบ
7. กล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่าอ่อนแอ
8. เข่าเสื่อมจากวัยทองหรืออายุที่มากขึ้น
9. โรคอ้วน

อาการ

ผู้ป่วยที่เป็นจับโปงแห้งเข่าจะมีอาการ ปวด บวม ไม่แดง ไม่ร้อน บางรายอาจมีอาการบวมและมีความร้อนเล็กน้อยในบริเวณตาแหน่งที่เกิด บางครั้งอาจแดงเล็กน้อย ผู้ป่วยมีอาการปวดน้อยกว่าจับโปงน้า มีน้าในข้อเพียงเล็กน้อย มีการติดของข้อเข่า เข่าโก่ง สะบ้าเจ่า (สะบ้าติด) นั่งยอง ๆ คุกเข่าพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ ไม่ได้ เนื่องจากผิวข้อเข่าที่เสื่อมและมีรอยขรุขระเกิดการเสียดสีกันทาให้มีอาการปวดข้อ ขณะเคลื่อนไหวข้อมีเสียงกรอบแกรบเนื่องจากผิวข้อเข่าที่เสื่อมและมีรอยขรุขระเกิดการเสียดสีกัน เดินไม่ถนัดเนื่องจากลงน้าหนักตัวได้
ไม่เต็มที่ มักเป็นทั้งสองข้าง (การนวดจึงนวดข้างที่เป็นรุนแรงประมาณร้อยละ 70-80 และนวดข้างที่มีอาการน้อย ประมาณร้อยละ 20-30

คาแนะนา

1. งดอาหารแสลง
2. ประคบความร้อนชื้น เช้า-เย็นครั้งละ 15 นาที
3. ลดการใช้งานของข้อเข่าให้น้อยลง
4. เลี่ยงอิริยาและพฤติกรรม ที่เป็นปัจจัยเสริมให้ปวดข้อเข่ามากขึ้น เช่น นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ ยืนนาน ๆ การขึ้นลงบันได เป็นต้น
5. ห้าม บิด ดัด สลัดขา เพราะอาจทาให้เกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื้อและอาจทาให้เกิดอักเสบของข้อต่อได้
6. ท่ากายบริหาร คือ
6.1 ท่ายืนเขย่งปลายเท้า เพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่า
6.2 ท่านั่งยอง ๆ 90 องศา เพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่า
6.2 ท่านั่งกระดกปลายเท้า แล้วเกร็งเข่าประมาณ 5 วินาที แล้ววางลงพัก ทาซ้าประมาณ 10-20
ที ทาสลับ 2 ข้าง นับเป็น 1 ครั้ง ในแต่ละวันควรทา 3-5 ครั้ง เพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อเข่า


http://thaimedclub.blogspot.com/


 

กองบรรณาธิการ

ชมรมแพทย์แผนไทยลูกศิษย์ อ.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ

ผู้เขียน & บรรณาธิการ

รวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และบุคคลากรแพทย์แผนไทยหลายสาขา นำเสนอองค์ความรู้และข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องของศาสตร์แพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย โดยเป็นแหล่งค้นคว้า สืบหาข้อมูล และการเรียนรู้เรื่องสุขภาพ เผยแพร่แก่สังคมเพื่อการดูแลสุขภาพดีอย่างยั่งยืน