การนวดพื้นฐานโค้งคอ

 

การนวดพื้นฐานโค้งคอ ฉบับราชสำนัก

การนวดพื้นฐานโค้งคอ หมายถึง การกดแนวเส้นบนกล้ามเนื้อด้านหลังของคอ ตั้งแต่ต้นคอขึ้นไปจนถึงท้ายทอย

ท่าของผู้รับการบำบัด

การนวดพื้นฐานโค้งคอ ผู้รับการบำบัดจะอยู่ในท่านั่ง อาจนั่งขัดสมาธิ นั่งเหยียดขา หรือนั่งห้อยเท้าก้อได้ แล้วแต่ความเหมาะสมของสถานที่และสภาพร่างกายของผู้มารับการบาบัดได้

ตำแหน่งและแนวเส้นของการนวด

การนวดพื้นฐานโค้งคอ มีแนวเส้นของการนวด 2 แนว คือ ด้านขวาและซ้ายของด้านหลังก้านคอ

แนวเส้นโค้งคอ

   
 
ผู้นวดจะอยู่ใน ท่าพรหมสี่หน้า
 
  • เริ่มต้นที่จุดที่ 1 จุดนี้อยู่บริเวณต้นคอ ด้านขวาและด้านซ้ายของเส้นนูน ซึ่งเกิดจากสันของกระดูกสันหลังส่วนคอ ชิ้นที่ 7 แนวเส้นไล่ไปตามก้านคอ ขนานขึ้นไปกับแนวของกระดูกสันหลังส่วนคอ จนถึง จุดที่ 2
  • จุดที่ 2 ซึ่งอยู่บริเวณท้ายทอย หรือที่เรียนว่า กาดัน หากสังเกตจะพบว่าเป็นตาแหน่งรอยบุ๋มใต้ฐานกะโหลกศีรษะ
 >> กรุณาศึกษาโดยการปฎิบัติจริงจากท่านผู้รู้ โดย ชมรมแพทย์แผนไทยลูกศิษย์ อ.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ
    และการฝึกซ้อมจนชำนาญ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และแม่นยำแต่ละท่านวด <<
     

 ขั้นตอนและวิธีการนวดพื้นฐานโค้งคอ

  1. ผู้นวดบำบัดอยู่ข้างหลังของผู้รับการบาบัดใน ท่าพรหมสี่หน้า ตั้งเข่าข้างเดียวกับแนวเส้นด้านที่จะนวด (ถ้าเป็นแนวเส้นขวา ตั้งเข่าขวา ถ้านวดแนวเส้นซ้าย ตั้งเข่าซ้าย)
  2. ใช้มือด้านเดียวกับแนวเส้นที่จะนวด ประคองศีรษะผู้รับการบาบัด
  3. วางนิ้วหัวแม่มือด้านตรงข้ามกับแนวเส้นข้างที่จะนวดลงที่จุดที่ 1 กดนวดในลักษณะคว่ามือให้นิ้วหัวแม่มือทามุม 90 องศา แล้วนวดไล่เรียงไปตามแนวเส้นจนถึงจุดที่ 2 เป็นจุดสุดท้าย
  4. นวดขึ้นตามแนวเส้นเพียงอย่างเดียว ไม่กดบนกระดูกสันหลังส่วนคอ
  5. ระยะเวลาในการกดนวดแต่ละจุดบนแนวเส้นใช้ คาบน้อย
 

ประโยชน์ของการนวด

  1. กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ
  2. เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการนวดจุดสัญญาณ เพื่อการรักษาโรคเกี่ยวกับบ่า คอ และศีรษะ

ข้อระวังในการนวด

  1. ผู้นวดบำบัดควรนวดด้วยความระมัดระวัง และนวดตามตำแหน่งและแนวเส้นที่ถูกต้อง ตามคาบ ขนาด และทิศทางของแรง
  2. เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับแนวเส้น เพราะหากกดแนวล้าด้านข้างคอมากเกินไป อาจถูกเส้นเลือดแดงใหญ่ของคอที่นาเลือดขึ้นไปเลี้ยงศีรษะและสมองเป็นเหตุให้ผู้มารับการบาบัด เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม หูอื้อได้
  3. หากกดน้ำหนักมากเกินไป อาจทาให้เกิดอาการปวดศีรษะค้าง ที่เรียกว่า อั้นลม ได้ด้วย

เส้นประธานสิบ ที่เกี่ยวข้องกับการนวดพื้นฐานโค้งคอ

เส้นอิทา

เริ่มต้นจากข้างสะดือด้านซ้าย 1 นิ้วมือ แล่น ลงไปบริเวณหัวเหน่าลงไปต้นขาซ้าย ด้านในค่อนไปทางด้านหลัง ถึงหัวเข่า เเล้วเลี้ยวขึ้นไปเเนบข้างกระดูกสันหลังด้านซ้าย ขึ้นไปบนศีรษะ เเล้วกลับลงมาสิ้นสุดที่ข้างจมูกซ้าย เส้นสิบกับการเกิดโรค
  • ลมประจาเส้น 1 ลมจันทะกาลา อาการคือ ปวดหัวมาก ตามืดมัว ชัก ปากเบี้ยว เสียวหน้าตา เจ็บสันหลัง เกิดเพื่อกาเดาเเละลมระคน กัน ให้ตัวร้อนเเละกลับเย็น มักจับวันพฤหัสตอนเย็น-กลางคืน 2 ลมปะกัง อาการคือ ตัวร้อน วิงเวียน ปวดหัวมาก 3 ลมพหิ อาการคือ เซื่องซึม สลบ คล้ายถูกงูกัด 4 ลมสัตตวาต อาการคือ ให้มือสั่น ตีนสั่น เพราะบริโภคอาหารวันละ 4-5 เวลา 

เส้นปิงคลา

ริ่มต้นจากข้างสะดือด้านขวา 1 นิ้วมือ เเล่นลงไป บริเวณหัวเหน่าลงไปต้นขาขวาด้านในค่อนไปด้านหลังถึงหัวเข่า เเล้วเลี้ยวขึ้นไปเเนบข้างกระดูกสันหลังด้านขวา ขึ้นไปบนศีรษะเเล้วกลับลงมา
  • ลมประจาเส้น 1 ลมสูรย์กาลา (สูญทกลา) 2 ลมปะกัง อาการคือ หน้าตาเเดง ปวดหัวตอนเช้าถึงเที่ยง ปวดหัวมาก ชัก ปากเอียง คัดจมูก น้ามูกไหล จาม เจ็บตา น้าตาไหล มักจับวันพฤหัส ห้ามกินของมันของเย็นเกินไป 3 ลมพหิ อาการคือ สลบไม่รู้ตัว ไม่พูดจา คล้ายถูกงูกัด 4 รัตนาวาต อาการคือ เมื่อยล้า ขัดทั่วทุกเเห่ง เพราะกินอาหารจำเจ เมื่อจะเป็นให้เเสบไส้พุง อยากอาหารเเละของสดคาว

กายวิภาคที่เกี่ยวข้องกับการนวดพื้นฐานโค้งคอ

 
ท่าบริหารร่างกาย (ฤๅษีดัดตน) ที่เกี่ยวข้องกับการนวดพื้นฐานโค้งคอ
 
 

กองบรรณาธิการ

ชมรมแพทย์แผนไทยลูกศิษย์ อ.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ

ผู้เขียน & บรรณาธิการ

รวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และบุคคลากรแพทย์แผนไทยหลายสาขา นำเสนอองค์ความรู้และข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องของศาสตร์แพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย โดยเป็นแหล่งค้นคว้า สืบหาข้อมูล และการเรียนรู้เรื่องสุขภาพ เผยแพร่แก่สังคมเพื่อการดูแลสุขภาพดีอย่างยั่งยืน